อาชญากรรม ปะนาเระ ปัตตานี (68)

คนร้ายลอบวางเพลิง-บึ้มป้อมยาม เทศบาลพ่อมิ่ง จ.ปัตตานี เสียหายรถราชการ 3 คัน

เกิดเหตุลอบวางเพลิงและวางระเบิดที่สำนักงานเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี เมื่อคืนวันที่ 23 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้ ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงสั่งเพิ่มการเฝ้าระวัง พร้อมสอบสวนหาผู้กระทำผิด

คนร้ายลอบวางเพลิง-บึ้มป้อมยาม เทศบาลพ่อมิ่ง จ.ปัตตานี เสียหายรถราชการ 3 คัน
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

เมื่อเวลา 21.10 น. ของวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2569 เกิดเหตุลอบวางเพลิงและวางระเบิด ที่บริเวณโรงรถและป้อมยามของสำนักงานเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง หมู่ 3 ตำบลพ่อมิ่ง อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า พบกลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 6 คน ที่จู่โจมเข้าพื้นที่เทศบาลก่อนกระจายกำลังลงมือเผารถและนำระเบิดไปวางที่ป้อมยาม

ความเสียหายต่อทรัพย์สินและการช่วยเหลือเบื้องต้น

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบว่ามีรถยนต์ของเทศบาลได้รับความเสียหายจำนวน 3 คัน ได้แก่ รถดับเพลิง รถเก็บขยะ และรถกระบะของเทศบาล ซึ่งถูกวางเพลิงภายในโรงรถ ส่วนระเบิดที่วางไว้บริเวณป้อมยามได้เกิดระเบิดขึ้น ส่งผลให้ป้อมยามได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งเข้าควบคุมเพลิงเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังอาคารสำนักงานอื่นๆ และควบคุมสถานการณ์จนสามารถยับยั้งไฟได้ในเวลาต่อมา

ทรัพย์สินสถานะ
รถดับเพลิง (เทศบาล)ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้
รถเก็บขยะ (เทศบาล)ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้
รถกระบะ (เทศบาล)ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้

การประสานงานด้านความมั่นคงและการสืบสวน

ฝ่ายความมั่นคงได้แจ้งเตือนหน่วยงานราชการและฐานที่มั่นในพื้นที่ให้เพิ่มระดับการเฝ้าระวัง พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเตรียมความพร้อม สำรวจพื้นที่โดยรอบเพื่อป้องกันการโจมตีซ้ำและสามารถตอบโต้ได้ทันที ขณะที่การสอบสวนเชิงลึกและการพิสูจน์หลักฐานยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“เจ้าหน้าที่ทราบมาแล้วกว่า 2 เดือนว่า จะมีการก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้…จึงได้แจ้งหน่วยงานต่าง ๆ ให้เฝ้าระวัง แต่ไม่ทราบวันเวลาที่แน่นอน” — พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4

แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมเน้นย้ำการเพิ่มมาตรการเชิงรุก ทั้งการใช้การลาดตระเวนทางอากาศด้วยเฮลิคอปเตอร์และโดรนเพื่อสังเกตการณ์ แต่ยังไม่ได้มีการปฏิบัติการยิงจากยานอากาศตามคำชี้แจงของหน่วยงาน

บริบทเหตุรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบที่ยังต่อเนื่องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจากการสรุปสถานการณ์ในช่วงก่อนหน้าพบเหตุรุนแรงแบบกระจายหลายจุดในพื้นที่ 3 จังหวัด (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) ซึ่งมีการรายงานเหตุรวมกว่า 51 เหตุการณ์ ในช่วงเวลาดังกล่าว แบ่งเป็น นราธิวาส 22 เหตุการณ์ ปัตตานี 11 เหตุการณ์ และยะลา 18 เหตุการณ์

  • เจ้าหน้าที่ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุและติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการเป็นหลัก
  • หากพบวัตถุหรือบุคคลต้องสงสัย ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสและรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
  • การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยรวมถึงการยกระดับการเตรียมความพร้อมของกำลังพลในพื้นที่

ผลกระทบต่อการให้บริการท้องถิ่นและประชาชน

การโจมตีสำนักงานเทศบาล ส่งผลต่อการให้บริการด้านสาธารณูปโภคและการตอบสนองเหตุฉุกเฉินของพื้นที่ ทั้งในด้านการเข้าถึงรถดับเพลิงและยานพาหนะงานสาธารณูปโภคอื่นๆ ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับชุมชนท้องถิ่น ฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องประเมินมูลค่าความเสียหายและจัดหาทรัพยากรทดแทนเพื่อให้การบริการของเทศบาลกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

แนวทางต่อไปและคำแนะนำสำหรับประชาชน

ขณะหน่วยงานความมั่นคงเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดและเก็บพยานหลักฐาน ประชาชนในพื้นที่ควรเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแส และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการ หากพบเบาะแสเกี่ยวกับการเตรียมการก่อเหตุหรือตรวจพบวัตถุต้องสงสัย ให้ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างของความท้าทายในการรักษาความปลอดภัยของพื้นที่ชายแดนใต้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเดินหน้าสืบสวนและหามาตรการป้องกันเชิงรุกเพื่อคืนความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

68ปัตตานี

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ปัตตานี ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว