ชุมชนพุทธศาสนิกชนในจังหวัดตรังให้ความสนใจต่อการเปิดตลับพระใหม่ของ พระมงคลวชิราคม (วิ.) หรือที่รู้จักกันในนาม “พ่อท่านหวน ขันติโก” เจ้าอาวาสวัดนิคมประทีป (วัดโคกหล่อ) อ.เมืองตรัง และที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดตรัง ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงและได้รับความเคารพยกย่องจากลูกศิษย์ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานต่าง ๆ
ประวัติการจัดสร้างวัตถุมงคลและความต่อเนื่องทางศรัทธา
พ่อท่านหวนเป็นที่รู้จักในด้านการปฏิบัติสมณธรรมที่เคร่งครัด วัตรปฏิบัติเรียบง่าย และได้รับความศรัทธาจากศิษย์ซึ่งรวมถึงทหารกล้าของกองทัพภาคที่ 4 ที่เคยมาขอพรก่อนปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ข้อมูลจากวัดระบุว่าคณะศิษยานุศิษย์ร่วมกันจัดสร้างวัตถุมงคลเป็นชุดตั้งแต่ทศวรรษก่อน โดยมีรายละเอียดสำคัญที่ย้อนไปได้ดังนี้
- พุทธศักราช 2542: เมื่อพ่อท่านอายุครบ 6 รอบ (72 ปี) คณะศิษยานุศิษย์ร่วมจัดทำเหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก จำนวน 10,000 เหรียญ และประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกครั้งใหญ่
- พุทธศักราช 2550: ในวาระอายุครบ 80 ปี มีการจัดสร้างเหรียญรูปเหมือนรุ่นที่ 2 เพื่อหารายได้สมทบทุนก่อสร้างศาลาการเปรียญ และประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2550
- พุทธศักราช 2565: พ่อท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญยก ฝ่ายวิปัสสนาธุระ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ.2565
รูปแบบเหรียญและความหมาย
เหรียญรุ่นต่าง ๆ ที่จัดสร้างขึ้นมีความแตกต่างด้านรูปทรงและลวดลายแต่ล้วนชี้ถึงเจตนารมณ์ด้านการเผยแพร่พระพุทธศาสนาและสบทบทุนกิจของวัด ตัวอย่างเช่น เหรียญรุ่นในพ.ศ.2550 เป็นเหรียญรูปทรงกลม ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนเต็มองค์ มุมบนมีลักษณะจุดไข่ปลา ด้านล่างสลักคำว่า “พระครูอดุลคุณาธาร (หวน)” ด้านหลังเป็นยันต์อักขระวงกลม รอบเหรียญด้านบนจารึกคำว่า “ที่ระลึกครบรอบ ๘๐ ปี พ.ศ.๒๕๕๐” และด้านล่างระบุว่า “วัดนิคมประทีป (วัดโคกหล่อ) จ.ตรัง” ซึ่งรุ่นนี้สร้างขึ้นเพื่อแจกแก่ศิษยานุศิษย์และผู้มาร่วมงานมุทิตาจิต
“พระมงคลวชิราคม (วิ.)”
การกำกับชื่อและสัญลักษณ์บนเหรียญสะท้อนถึงความตั้งใจให้วัตถุมงคลเป็นทั้งเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและสื่อความหมายทางศาสนา รวมทั้งยังทำหน้าที่เป็นทุนในการดำเนินกิจกรรมของวัด เช่น การก่อสร้างศาลาการเปรียญ
บทบาทของวัตถุมงคลต่อชุมชนและการนำไปใช้
วัตถุมงคลของพ่อท่านหวนได้รับการพกพาจากศิษย์ทั้งพลเรือนและทหารก่อนปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะกรณีที่ศิษย์เดินทางไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่เสี่ยง เช่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของวัตถุมงคลในฐานะเครื่องคุ้มครองใจและสัญลักษณ์ความผูกพันระหว่างพระกับศิษย์ นอกจากนี้ การจัดสร้างเพื่อสาธารณประโยชน์ เช่น สมทบทุนก่อสร้างศาลาการเปรียญ แสดงให้เห็นการใช้วัตถุมงคลเป็นแหล่งทุนชุมชนเพื่อส่งเสริมกิจกรรมวัดและการสืบทอดประเพณี
สำหรับประชาชนที่สนใจ การเปิดตลับพระหรือการเผยแพร่รายละเอียดทางวัตถุมงคลครั้งนี้เป็นโอกาสให้ท้องถิ่นร่วมทบทวนความหมายของการเป็นศูนย์รวมทางจิตใจและบทบาทของพระเกจิในชุมชนตรัง ทั้งในมิติทางศาสนา สังคม และวัฒนธรรม