เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ.2569 ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติรายงานสภาพการณ์น้ำและฝนของประเทศ ณ เวลา 07.00 น. พบว่าภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง หลายพื้นที่มีฝนหนักและบางแห่งมีฝนหนักมาก ขณะที่พื้นที่ตอนบนของประเทศเผชิญสภาพอากาศแปรปรวน มีทั้งฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง
ตรังรับฝนหนักที่สุดในภาคใต้
จากการเก็บข้อมูลตามรายภาค ปริมาณฝนสูงสุดที่ตรวจวัดได้อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ โดยจังหวัดตรังมีปริมาณฝนสูงสุดที่166 มิลลิเมตร ขณะที่ภาคอื่น ๆ มีปริมาณฝนสูงสุดแตกต่างกันไป เช่น ภาคกลางที่จังหวัดสระบุรีวัดได้ 81 มิลลิเมตร ภาคเหนือจังหวัดน่านและภาคตะวันออกจังหวัดฉะเชิงเทราเท่ากันที่ 72 มิลลิเมตร เป็นต้น
ปริมาณน้ำในอ่างรวมทั่วประเทศและความเสี่ยง
ข้อมูลสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ณ วันที่ 24 ตุลาคม ระบุว่า ปริมาณน้ำรวมอยู่ที่ประมาณ66,788 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ83ของความจุเก็บกัก และมีปริมาณน้ำที่สามารถใช้การได้รวมประมาณ42,661 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ75
| ภาค | ปริมาณน้ำ (ล้าน ลบ.ม.) | ร้อยละของความจุ |
|---|---|---|
| ภาคเหนือ | 21,112 | 77% |
| ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | 8,467 | 70% |
| ภาคกลาง | 1,348 | 72% |
| ภาคตะวันออก | 2,833 | 89% |
| ภาคตะวันตก | 27,578 | 97% |
| ภาคใต้ | 5,450 | 70% |
สำหรับเขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา จำนวน 4 แห่งที่มีการติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่
- เขื่อนภูมิพล มีน้ำประมาณ 9,542 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 71
- เขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำประมาณ 7,767 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 82
- เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีน้ำประมาณ 804 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 86
- เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีน้ำประมาณ 806 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 92
พื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติประกาศให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังภาวะน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในช่วงวันที่ 23–26 ตุลาคม โดยระบุจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความเสี่ยงเป็นพิเศษทั้งสิ้น 10 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา สตูล ยะลา และนราธิวาส
นอกจากนี้ ยังให้ติดตามสถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ซึ่งมีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80ของความจุ เพราะอาจส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน เกิดน้ำล้นตลิ่งหรือน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำสำคัญและลำน้ำสาขา เช่น แม่น้ำแควน้อย แควใหญ่ เพชรบุรี ตาปี พุมดวง ตะกั่วป่า สายบุรี โก-ลก และคลองตันหยงมัส
แนวทางการเฝ้าระวังและคำแนะนำสำหรับประชาชน
แม้รายงานจะไม่กำหนดมาตรการเฉพาะจากหน่วยงานท้องถิ่น แต่การเตรียมความพร้อมและติดตามข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบถือเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำหรืออยู่ใกล้ทางน้ำ ควรพิจารณาดำเนินการดังนี้
- ติดตามประกาศจากหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย/จังหวัดอย่างใกล้ชิด
- เตรียมถุงยังชีพ สำรองอาหาร น้ำดื่ม และยาที่จำเป็น
- ย้ายสิ่งของมีค่าไปยังที่สูงและเตรียมแผนอพยพหากมีคำสั่ง
- ระมัดระวังการขับขี่บนถนนที่มีน้ำท่วมขังหรือกระแสน้ำเชี่ยว
สถานการณ์ฝนและระดับน้ำอาจเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว จึงควรใช้ข้อมูลจากหน่วยงานทางการเป็นหลักและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัย
รายงานฉบับนี้สะท้อนว่าแม้ปริมาณน้ำรวมในอ่างเก็บน้ำของประเทศยังอยู่ในระดับจัดการได้ แต่การกระจายตัวของฝนและพื้นที่ที่มีฝนตกหนักโดยเฉพาะในภาคใต้ ยังคงสร้างความเสี่ยงด้านน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งต้องอาศัยการเฝ้าระวังร่วมกันของชุมชน เทศบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง