สิ่งแวดล้อม ตรัง ตรัง (76)

สทนช.เตือนภาคใต้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน–ตรังรับฝนหนักสุดวัดได้ 166 มม.

ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติรายงานภาคใต้ยังมีฝนต่อเนื่อง พบจังหวัดตรังมีปริมาณฝนสูงสุดที่ 166 มิลลิเมตร ขณะที่อ่างเก็บน้ำรวมทั่วประเทศมีน้ำอยู่ราว 83% ของความจุ สทนช.ประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า และน้ำล้นตลิ่งใน 10 จังหวัดใต้

สทนช.เตือนภาคใต้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน–ตรังรับฝนหนักสุดวัดได้ 166 มม.
©ภาพประกอบ สุรชัย ศรีสมบัติ / we-news.com

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ.2569 ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติรายงานสภาพการณ์น้ำและฝนของประเทศ ณ เวลา 07.00 น. พบว่าภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง หลายพื้นที่มีฝนหนักและบางแห่งมีฝนหนักมาก ขณะที่พื้นที่ตอนบนของประเทศเผชิญสภาพอากาศแปรปรวน มีทั้งฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง

ตรังรับฝนหนักที่สุดในภาคใต้

จากการเก็บข้อมูลตามรายภาค ปริมาณฝนสูงสุดที่ตรวจวัดได้อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ โดยจังหวัดตรังมีปริมาณฝนสูงสุดที่166 มิลลิเมตร ขณะที่ภาคอื่น ๆ มีปริมาณฝนสูงสุดแตกต่างกันไป เช่น ภาคกลางที่จังหวัดสระบุรีวัดได้ 81 มิลลิเมตร ภาคเหนือจังหวัดน่านและภาคตะวันออกจังหวัดฉะเชิงเทราเท่ากันที่ 72 มิลลิเมตร เป็นต้น

ปริมาณน้ำในอ่างรวมทั่วประเทศและความเสี่ยง

ข้อมูลสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ณ วันที่ 24 ตุลาคม ระบุว่า ปริมาณน้ำรวมอยู่ที่ประมาณ66,788 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ83ของความจุเก็บกัก และมีปริมาณน้ำที่สามารถใช้การได้รวมประมาณ42,661 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ75

ภาค ปริมาณน้ำ (ล้าน ลบ.ม.) ร้อยละของความจุ
ภาคเหนือ 21,112 77%
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8,467 70%
ภาคกลาง 1,348 72%
ภาคตะวันออก 2,833 89%
ภาคตะวันตก 27,578 97%
ภาคใต้ 5,450 70%

สำหรับเขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา จำนวน 4 แห่งที่มีการติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่

  • เขื่อนภูมิพล มีน้ำประมาณ 9,542 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 71
  • เขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำประมาณ 7,767 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 82
  • เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีน้ำประมาณ 804 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 86
  • เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีน้ำประมาณ 806 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 92

พื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติประกาศให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังภาวะน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในช่วงวันที่ 23–26 ตุลาคม โดยระบุจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความเสี่ยงเป็นพิเศษทั้งสิ้น 10 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา สตูล ยะลา และนราธิวาส

นอกจากนี้ ยังให้ติดตามสถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ซึ่งมีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80ของความจุ เพราะอาจส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน เกิดน้ำล้นตลิ่งหรือน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำสำคัญและลำน้ำสาขา เช่น แม่น้ำแควน้อย แควใหญ่ เพชรบุรี ตาปี พุมดวง ตะกั่วป่า สายบุรี โก-ลก และคลองตันหยงมัส

แนวทางการเฝ้าระวังและคำแนะนำสำหรับประชาชน

แม้รายงานจะไม่กำหนดมาตรการเฉพาะจากหน่วยงานท้องถิ่น แต่การเตรียมความพร้อมและติดตามข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบถือเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำหรืออยู่ใกล้ทางน้ำ ควรพิจารณาดำเนินการดังนี้

  • ติดตามประกาศจากหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย/จังหวัดอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมถุงยังชีพ สำรองอาหาร น้ำดื่ม และยาที่จำเป็น
  • ย้ายสิ่งของมีค่าไปยังที่สูงและเตรียมแผนอพยพหากมีคำสั่ง
  • ระมัดระวังการขับขี่บนถนนที่มีน้ำท่วมขังหรือกระแสน้ำเชี่ยว

สถานการณ์ฝนและระดับน้ำอาจเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว จึงควรใช้ข้อมูลจากหน่วยงานทางการเป็นหลักและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัย

รายงานฉบับนี้สะท้อนว่าแม้ปริมาณน้ำรวมในอ่างเก็บน้ำของประเทศยังอยู่ในระดับจัดการได้ แต่การกระจายตัวของฝนและพื้นที่ที่มีฝนตกหนักโดยเฉพาะในภาคใต้ ยังคงสร้างความเสี่ยงด้านน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งต้องอาศัยการเฝ้าระวังร่วมกันของชุมชน เทศบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สุรชัย ศรีสมบัติ
สุรชัย AI บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สุรชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

76ตรัง

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ตรัง ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว