พิษณุโลก — ในซอยเลียบถนนมิตรภาพ ก่อนถึงสะพานสูง ฝั่งตรงข้ามโรงแรมอโณทัย มีร้านก๋วยเตี๋ยวที่กลายเป็นหนึ่งใน ตำนานอาหารเมืองพิษณุโลก นามว่า "ก๋วยเตี๋ยวซี่โครงหมูอ่อนเจ๊ตุ๊" เจ้าของกิจการคือนางลำไย กลิ่นบ้านหม้อ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า "เจ๊ตุ๊" ซึ่งเปิดร้านมาตั้งแต่ราวปี พ.ศ. 2533 และยังคงจำหน่ายก๋วยเตี๋ยวให้ลูกค้าประจำและนักท่องเที่ยวในวันนี้
จากแผงสังกะสีสู่แฟรนไชส์ 15 แห่ง
เริ่มต้นจากร้านเล็ก ๆ มุงหลังคาสังกะสีและหญ้าคา เจ๊ตุ๊วางขายเมนูหลักเป็น ก๋วยเตี๋ยวซี่โครงหมูอ่อน พร้อมเมนูรองอย่างหมูตุ๋นและข้าวขาหมู ด้วยรสชาติและการตุ๋นซี่โครงที่เนื้อนุ่ม จึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว จากจุดที่ลูกค้านิยมจนต้องตุ๋นซี่โครงหลายหม้อในวันทำการ ปัจจุบันกิจการขยายเป็นระบบแฟรนไชส์มีสาขาแล้ว 15 แห่งทั่วประเทศ แต่ร้านต้นตำรับยังตั้งอยู่บนถนนมิตรภาพในตัวเมืองพิษณุโลก
เวลาเปิด-ปิดและการปรับตัวของกิจการ
เจ๊ตุ๊เริ่มเตรียมหม้อตุ๋นตั้งแต่เช้าวันละหลายชั่วโมง เพื่อให้ลูกค้าได้ซดน้ำซุปร้อน ๆ ร้านเปิดให้บริการตั้งแต่ 06.00–16.30 น. ตามความสามารถของเจ้าของร้านที่ปัจจุบันมีอายุ 74 ปี สภาพกิจการในอดีตมีช่วงขายพีคจนต้องตุ๋นซี่โครงถึง 17 หม้อใหญ่และว่าจ้างพนักงานประจำถึง 30–50 คน แต่ในปัจจุบัน เจ๊ตุ๊จำกัดการตุ๋นให้เหลือเพียงวันละประมาณ 2 หม้อใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังคนและการดูแลคุณภาพอาหาร
- ปีที่เริ่มต้นกิจการ: ประมาณ พ.ศ. 2533
- อายุเจ้าของ: 74 ปี (พ.ศ. 2569)
- สาขาแฟรนไชส์: 15 แห่งทั่วประเทศ
- เวลาให้บริการ: 06.00–16.30 น.
- ปริมาณตุ๋นในช่วงพีค: สูงสุด 17 หม้อใหญ่
พื้นเพชีวิตและที่มาสูตรก๋วยเตี๋ยว
จากคำเล่าของเจ๊ตุ๊ ครอบครัวมีรากฐานจากจังหวัดนครปฐม ก่อนอพยพมายังอำเภอบางกระทุ่มในจังหวัดพิษณุโลกเมื่อเจ๊ตุ๊อายุหนึ่งเดือน ช่วงวัยรุ่นและวัยทำงานเริ่มทำงานกับครอบครัวเจ้าของบริษัทเดินรถนครไทย เป็นงานที่สอนเรื่องการดูแลความสะอาดและวินัยด้านบริการอาหาร ทำให้เกิดแนวคิดอยากมีร้านของตัวเอง เมื่อสร้างเมนูและสูตรที่ถูกใจ ลูกค้าทั้งชาวพิษณุโลกและผู้มาต่างจังหวัด รวมถึงลูกค้าจากกรุงเทพฯ ให้การสนับสนุนต่อเนื่อง
ผลกระทบต่อชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่น
ร้านอาหารเก่าแก่เช่นนี้ไม่เพียงเติมเต็มความทรงจำของคนเมือง แต่ยังเป็นพื้นที่สร้างรายได้ให้กับแรงงานท้องถิ่น หากในอดีตเจ้าของร้านจ้างพนักงานจำนวนมาก ช่วงที่กิจการขยายเป็นแฟรนไชส์ยังช่วยเปิดโอกาสทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการรายย่อยที่สนใจระบบแฟรนไชส์ ขณะเดียวกัน การรักษาเมนูต้นตำรับและคุณภาพส่งผลให้ร้านเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวเชิงอาหาร ทำให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจในย่านโดยรอบ
บั้นปลายและการสืบทอดกิจการ
แม้เจ๊ตุ๊จะกล่าวถึงความทุ่มเทและการบริหารคนมาตลอดชีวิต แต่ข้อมูลในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าเจ้าของจำกัดการทำงานตามกำลัง ในระยะยาวข้อถามที่ชัดเจนสำหรับชุมชนคือใครจะสืบทอดสูตรและการบริหารต่อไป การขยายเป็นแฟรนไชส์อาจเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยรักษารสชาติพร้อมทั้งกระจายความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม การคงไว้ซึ่งคุณภาพและการจัดการวัตถุดิบยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการสืบทอดตำนานนี้
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ปีเริ่มร้านต้นตำรับ | ประมาณ พ.ศ. 2533 |
| จำนวนสาขาแฟรนไชส์ | 15 แห่ง |
| เวลาบริการ | 06.00–16.30 น. |
| ปริมาณตุ๋นพีคสุด | 17 หม้อใหญ่ |
สำหรับผู้ที่สนใจลิ้มรส สามารถไปที่ร้านต้นตำรับบนถนนมิตรภาพ อำเภอเมืองพิษณุโลก ใกล้กับจุดที่ขึ้นสะพานสูง ฝั่งตรงข้ามโรงแรมอโณทัย ร้านยังคงเปิดให้บริการในช่วงเช้าจนถึงบ่ายแก่ ๆ โดยขึ้นอยู่กับปริมาณวัตถุดิบที่ตุ๋นในวันนั้น ๆ
แม้กาลเวลาจะทำให้รูปแบบการขายเปลี่ยนไปบ้าง แต่เมนูซี่โครงหมูนุ่ม ๆ ที่ตุ๋นด้วยใจของเจ๊ตุ๊ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของภูมิปัญญาการกินในเมืองพิษณุโลก ที่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวยังคงตามหาและให้คุณค่า