วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ที่ศาลจังหวัดพิษณุโลก ชาวบ้านจาก บ้านท่าช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลท่าช้าง อำเภอพรหมพิราม จำนวนราว 30 คน เดินทางมาฟังคำพิพากษาคดีที่ประธานกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินฝากสมาชิกไปใช้จนอาจทำให้ผู้ฝากได้รับความเสียหายรวมกันจำนวนมาก
ศาลพิพากษา-ชดใช้ทรัพย์
จากการพิจารณา ศาลมีคำพิพากษาจำคุกจำเลยเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน และออกคำสั่งให้มีการสืบทรัพย์ของจำเลยเพื่อนำมาขายและนำเงินที่ได้มาชดใช้แก่ผู้เสียหายตามกระบวนการยุติธรรม ขณะที่ชาวบ้านเรียกร้องให้ทรัพย์สินของจำเลยถูกติดตามเพื่อนำมาคืนผู้ฝาก ซึ่งมีทั้งรายย่อยที่ฝากสะสมมาเป็นเวลาหลายปี
ความเสียหายและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ
ข้อมูลจากผู้เสียหายระบุว่า จำนวนผู้ได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 170 ราย แบ่งเป็น 60 ครัวเรือน ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มสัจจะออมทรัพย์บ้านท่าช้าง และยอดความเสียหายที่จำเลยต้องชดใช้รวมกันอยู่ที่ประมาณ 1.7 ล้านบาท ปัญหาดังกล่าวถูกนำเรื่องเข้าร้องเรียนและฟ้องร้องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ก่อนที่จะมีการนัดฟังคำพิพากษาในครั้งนี้
- ผู้เสียหาย: 170 ราย (60 ครัวเรือน)
- ความเสียหายรวม: 1.7 ล้านบาท
- คำพิพากษา: จำคุก 1 ปี 6 เดือน และสืบทรัพย์ชดใช้
เสียงจากชาวบ้าน
หลังรับฟังคำพิพากษา ชาวบ้านที่มารอภายนอกศาลแสดงอาการท้อแท้และกังวลต่อการได้คืนเงินฝาก นอกจากคำสั่งจำคุกแล้วสิ่งที่ผู้ฝากต้องการมากที่สุดคือการได้รับเงินที่ถูกยักยอกกลับคืนมา ตัวแทนชาวบ้านให้ข้อมูลว่าพวกเขาเคยฝากทั้งเงินก้อนเล็ก ๆ และเงินก้อนใหญ่ไว้กับกลุ่มนี้ด้วยความเชื่อใจ แต่กลับพบว่าถูกยักยอกจนเกิดความเสียหาย
"วันนี้แม้ว่าศาลจะสั่งจำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือนและให้สืบทรัพย์มานำขายเพื่อชดใช้หนี้ให้กับชาวบ้าน แต่ก็รู้สึกท้อแท้เป็นอย่างมาก"
คำกล่าวของ นางน้ำฝน กี่สง่า อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวแทนผู้ฟ้อง ระบุว่าเธอเป็นหนึ่งในผู้เสียหายที่สูญเงินฝากจำนวน 200,000 บาท และต้องต่อสู้ทางกฎหมายมาตลอด กระบวนการที่ยืดเยื้อและความไม่แน่นอนของการได้คืนเงินสร้างความยากลำบากให้กับประชาชนผู้ใช้ชีวิตเรียบง่าย
ปัญหาของระบบกลุ่มออมทรัพย์ในชุมชน
เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นปัญหาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อการออมของประชาชนถูกบริหารในรูปแบบกลุ่มท้องถิ่นโดยไม่มีระบบกำกับดูแลที่เข้มแข็ง ทั้งในด้านการตรวจสอบบัญชี การกำหนดบทบาทผู้บริหาร และการคุ้มครองสิทธิของสมาชิก เมื่อเกิดกรณีทุจริตขึ้น ผลกระทบจะตกอยู่กับผู้มีรายได้น้อยที่พึ่งพาเงินฝากดังกล่าวเพื่อความมั่นคงของครัวเรือน
แนวทางหลังคำพิพากษา
ตามคำพิพากษาศาลได้สั่งให้สืบทรัพย์ของจำเลยเพื่อนำมาขายและชำระหนี้แก่ผู้เสียหาย อย่างไรก็ตามขั้นตอนดังกล่าวยังต้องอาศัยการตรวจสอบทรัพย์สิน การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม และอาจใช้ระยะเวลานาน จึงไม่อาจการันตีได้ว่าผู้เสียหายจะได้รับเงินคืนทั้งหมดในทันที
| ประเด็น | ข้อมูล |
|---|---|
| วันที่นัดฟังคำพิพากษา | 18 สิงหาคม พ.ศ. 2559 |
| จำนวนผู้เสียหาย | 170 ราย (60 ครัวเรือน) |
| ยอดความเสียหายรวม | ประมาณ 1.7 ล้านบาท |
| คำพิพากษา | จำคุก 1 ปี 6 เดือน และสืบทรัพย์ชดใช้ |
คดีนี้เป็นตัวอย่างเตือนใจชุมชนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจำเป็นต้องส่งเสริมมาตรการคุ้มครองผู้ฝากเงิน เช่น การจัดระบบบัญชีที่โปร่งใส การมีผู้ตรวจสอบภายในหรือภายนอก และการให้ความรู้เรื่องสิทธิและแนวทางดำเนินการเมื่อเกิดความขัดแย้ง เพื่อมิให้คนในชุมชนต้องเป็นผู้รับผลกระทบในอนาคต
ทีมข่าวจะติดตามความคืบหน้าการสืบทรัพย์และการชดใช้แก่ผู้เสียหายต่อไป หากมีการดำเนินคดีหรือมติศาลในขั้นตอนถัดไป WE NEWS จะรายงานเพิ่มเติม