อาชญากรรม พรหมพิราม พิษณุโลก (42)

ชาวบ้านท่าช้างพิษณุโลกสูญเงินกว่า 1.7 ล้าน ศาลสั่งจำคุกประธานกลุ่มออมทรัพย์และสืบทรัพย์ชดใช้

ศาลจังหวัดพิษณุโลกพิพากษาจำคุกประธานกลุ่มสัจจะออมทรัพย์บ้านท่าช้าง 1 ปี 6 เดือน พร้อมคำสั่งสืบทรัพย์นำมาขายชดใช้ให้ผู้เสียหายรวม 170 ราย หลังอ้างยักยอกเงินฝากสมาชิกรวมกว่า 1.7 ล้านบาท ชาวบ้านยังหวังได้เงินคืนแม้รู้สึกท้อแท้

ชาวบ้านท่าช้างพิษณุโลกสูญเงินกว่า 1.7 ล้าน ศาลสั่งจำคุกประธานกลุ่มออมทรัพย์และสืบทรัพย์ชดใช้
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ที่ศาลจังหวัดพิษณุโลก ชาวบ้านจาก บ้านท่าช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลท่าช้าง อำเภอพรหมพิราม จำนวนราว 30 คน เดินทางมาฟังคำพิพากษาคดีที่ประธานกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินฝากสมาชิกไปใช้จนอาจทำให้ผู้ฝากได้รับความเสียหายรวมกันจำนวนมาก

ศาลพิพากษา-ชดใช้ทรัพย์

จากการพิจารณา ศาลมีคำพิพากษาจำคุกจำเลยเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน และออกคำสั่งให้มีการสืบทรัพย์ของจำเลยเพื่อนำมาขายและนำเงินที่ได้มาชดใช้แก่ผู้เสียหายตามกระบวนการยุติธรรม ขณะที่ชาวบ้านเรียกร้องให้ทรัพย์สินของจำเลยถูกติดตามเพื่อนำมาคืนผู้ฝาก ซึ่งมีทั้งรายย่อยที่ฝากสะสมมาเป็นเวลาหลายปี

ความเสียหายและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ

ข้อมูลจากผู้เสียหายระบุว่า จำนวนผู้ได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 170 ราย แบ่งเป็น 60 ครัวเรือน ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มสัจจะออมทรัพย์บ้านท่าช้าง และยอดความเสียหายที่จำเลยต้องชดใช้รวมกันอยู่ที่ประมาณ 1.7 ล้านบาท ปัญหาดังกล่าวถูกนำเรื่องเข้าร้องเรียนและฟ้องร้องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ก่อนที่จะมีการนัดฟังคำพิพากษาในครั้งนี้

  • ผู้เสียหาย: 170 ราย (60 ครัวเรือน)
  • ความเสียหายรวม: 1.7 ล้านบาท
  • คำพิพากษา: จำคุก 1 ปี 6 เดือน และสืบทรัพย์ชดใช้

เสียงจากชาวบ้าน

หลังรับฟังคำพิพากษา ชาวบ้านที่มารอภายนอกศาลแสดงอาการท้อแท้และกังวลต่อการได้คืนเงินฝาก นอกจากคำสั่งจำคุกแล้วสิ่งที่ผู้ฝากต้องการมากที่สุดคือการได้รับเงินที่ถูกยักยอกกลับคืนมา ตัวแทนชาวบ้านให้ข้อมูลว่าพวกเขาเคยฝากทั้งเงินก้อนเล็ก ๆ และเงินก้อนใหญ่ไว้กับกลุ่มนี้ด้วยความเชื่อใจ แต่กลับพบว่าถูกยักยอกจนเกิดความเสียหาย

"วันนี้แม้ว่าศาลจะสั่งจำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือนและให้สืบทรัพย์มานำขายเพื่อชดใช้หนี้ให้กับชาวบ้าน แต่ก็รู้สึกท้อแท้เป็นอย่างมาก"

คำกล่าวของ นางน้ำฝน กี่สง่า อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวแทนผู้ฟ้อง ระบุว่าเธอเป็นหนึ่งในผู้เสียหายที่สูญเงินฝากจำนวน 200,000 บาท และต้องต่อสู้ทางกฎหมายมาตลอด กระบวนการที่ยืดเยื้อและความไม่แน่นอนของการได้คืนเงินสร้างความยากลำบากให้กับประชาชนผู้ใช้ชีวิตเรียบง่าย

ปัญหาของระบบกลุ่มออมทรัพย์ในชุมชน

เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นปัญหาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อการออมของประชาชนถูกบริหารในรูปแบบกลุ่มท้องถิ่นโดยไม่มีระบบกำกับดูแลที่เข้มแข็ง ทั้งในด้านการตรวจสอบบัญชี การกำหนดบทบาทผู้บริหาร และการคุ้มครองสิทธิของสมาชิก เมื่อเกิดกรณีทุจริตขึ้น ผลกระทบจะตกอยู่กับผู้มีรายได้น้อยที่พึ่งพาเงินฝากดังกล่าวเพื่อความมั่นคงของครัวเรือน

แนวทางหลังคำพิพากษา

ตามคำพิพากษาศาลได้สั่งให้สืบทรัพย์ของจำเลยเพื่อนำมาขายและชำระหนี้แก่ผู้เสียหาย อย่างไรก็ตามขั้นตอนดังกล่าวยังต้องอาศัยการตรวจสอบทรัพย์สิน การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม และอาจใช้ระยะเวลานาน จึงไม่อาจการันตีได้ว่าผู้เสียหายจะได้รับเงินคืนทั้งหมดในทันที

ประเด็น ข้อมูล
วันที่นัดฟังคำพิพากษา 18 สิงหาคม พ.ศ. 2559
จำนวนผู้เสียหาย 170 ราย (60 ครัวเรือน)
ยอดความเสียหายรวม ประมาณ 1.7 ล้านบาท
คำพิพากษา จำคุก 1 ปี 6 เดือน และสืบทรัพย์ชดใช้

คดีนี้เป็นตัวอย่างเตือนใจชุมชนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจำเป็นต้องส่งเสริมมาตรการคุ้มครองผู้ฝากเงิน เช่น การจัดระบบบัญชีที่โปร่งใส การมีผู้ตรวจสอบภายในหรือภายนอก และการให้ความรู้เรื่องสิทธิและแนวทางดำเนินการเมื่อเกิดความขัดแย้ง เพื่อมิให้คนในชุมชนต้องเป็นผู้รับผลกระทบในอนาคต

ทีมข่าวจะติดตามความคืบหน้าการสืบทรัพย์และการชดใช้แก่ผู้เสียหายต่อไป หากมีการดำเนินคดีหรือมติศาลในขั้นตอนถัดไป WE NEWS จะรายงานเพิ่มเติม

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

42พิษณุโลก

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น พิษณุโลก ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว