สิ่งแวดล้อม พิษณุโลก พิษณุโลก (42)

ชลประทานพิษณุโลกเตรียมรับมวลน้ำเหนือ เร่งระบายน้ำ-เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำยม

โครงการชลประทานพิษณุโลกติดตามการไหลของมวลน้ำเหนือจากลุ่มน้ำยมและแม่น้ำน่านอย่างใกล้ชิด มีการเร่งระบายน้ำจากเขื่อนแควน้อยและปรับแผนบริหารจัดการตามมาตรการของ สทนช. เพื่อป้องกันผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่างและชุมชนริมแม่น้ำยม

ชลประทานพิษณุโลกเตรียมรับมวลน้ำเหนือ เร่งระบายน้ำ-เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำยม
©ภาพประกอบ สุรชัย ศรีสมบัติ / we-news.com

สถานการณ์ทั่วไปและมาตรการของชลประทาน

สถานการณ์มวลน้ำเหนือที่เคลื่อนตัวลงสู่ลุ่มน้ำยมกำลังเป็นสิ่งที่หน่วยงานด้านการจัดการน้ำในจังหวัดพิษณุโลกจับตาอย่างเข้มงวดในขณะนี้ โดยโครงการชลประทานพิษณุโลกแจ้งว่าได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อติดตามระดับน้ำและการไหลผ่านของแม่น้ำทุกจุด พร้อมปรับแผนการระบายน้ำเชิงรุกตามกรอบการบริหารจัดการน้ำของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)

ข้อมูลปริมาณน้ำและการระบายน้ำ

สำหรับ เขื่อนแควน้อย ข้อมูลล่าสุดระบุว่ามีปริมาณน้ำเก็บกักทั้งหมด 347.88 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 37.05 ของความจุ รองรับการใช้งานได้ประมาณ 304.88 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 34.03 ขณะที่น้ำไหลเข้าสู่เขื่อนในช่วงเวลาดังกล่าวราว 11.21 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีการระบายน้ำประมาณ 1.73 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเทียบเท่ากับการระบายน้ำที่ประมาณ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

จุด/สิ่งก่อสร้าง ตัวเลขสำคัญ หน่วย
น้ำเก็บกักเขื่อนแควน้อย 347.88 ล้านลูกบาศก์เมตร
ร้อยละความจุ 37.05%
น้ำไหลเข้า 11.21 ล้านลูกบาศก์เมตร
การระบายน้ำ 1.73 (~20/วินาที) ล้านลูกบาศก์เมตร / ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ระดับน้ำในแม่น้ำยมและการเฝ้าระวัง

เจ้าหน้าที่ชลประทานรายงานระดับน้ำตามสถานีวัดที่สำคัญในลุ่มน้ำยมซึ่งส่งผลต่อพื้นที่ในจังหวัดพิษณุโลกดังนี้

  • สถานี Y16: ระดับน้ำ 6.82 เมตร เพิ่มขึ้น 1 เซนติเมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 48 เซนติเมตร (ระดับตลิ่ง 7.30 เมตร)
  • สถานี Y64: ระดับน้ำ 5.96 เมตร เพิ่มขึ้น 2 เซนติเมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 44 เซนติเมตร (ระดับตลิ่ง 6.40 เมตร)

สภาพโดยรวมของระดับน้ำยังอยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้ แต่หน่วยงานเน้นการติดตามการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเมื่อมีฝนตกหนักในต้นน้ำ หรือมีเหตุการณ์ที่ทำให้ปริมาณน้ำท่าเพิ่มขึ้นฉับพลัน

โครงการชลประทานพิษณุโลกสั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งระบายน้ำและลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด

สาเหตุและพื้นที่ต้นเหตุของมวลน้ำ

การเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำมีสาเหตุสำคัญจากฝนตกหนักในช่วงวันที่ 19–20 สิงหาคม พ.ศ. 2569 บริเวณตอนบนและตอนกลางของลุ่มน้ำยม โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอปงและอำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำท่าไหลผ่านสถานี Y.31 ในพื้นที่จังหวัดพะเยาสูงสุดถึง 917 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นอกจากนี้ พื้นที่ตอนกลางของลุ่มน้ำอย่างอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ และอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ยังมีการไหลผ่านที่สถานี Y.14B สูงสุดถึง 688 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ต้องติดตามการเคลื่อนที่ของมวลน้ำลงสู่พื้นที่ตอนล่างต่อเนื่อง

ผลกระทบต่อชุมชนและแนวทางรับมือ

แม้ว่าระดับน้ำในจุดวัดหลักของจังหวัดพิษณุโลกยังต่ำกว่าระดับตลิ่ง แต่ความเสี่ยงต่อพื้นที่ลุ่มต่ำและแผนการเพาะปลูกของเกษตรกรยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะหากมีฝนตกซ้ำหรือมีการระบายจากเขื่อนในปริมาณมากขึ้นกะทันหัน ทางโครงการชลประทานได้เน้นการประสานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อแจ้งเตือนประชาชน ปรับแผนการระบายน้ำ และเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงยึดหลักปฏิบัติจาก 9 มาตรการรับมือฤดูฝนของ สทนช. ในการประเมินและบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การระบายน้ำและการแจ้งเตือนมีความสอดคล้องและทันสถานการณ์

ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำยม คลองสาขา หรือพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรติดตามประกาศจากทางราชการและรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ระมัดระวังการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินและเตรียมความพร้อมรับมาตรการอพยพหากมีการประกาศเตือนฉุกเฉิน

สุรชัย ศรีสมบัติ
สุรชัย AI บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สุรชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

42พิษณุโลก

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น พิษณุโลก ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว