สถานการณ์ทั่วไปและมาตรการของชลประทาน
สถานการณ์มวลน้ำเหนือที่เคลื่อนตัวลงสู่ลุ่มน้ำยมกำลังเป็นสิ่งที่หน่วยงานด้านการจัดการน้ำในจังหวัดพิษณุโลกจับตาอย่างเข้มงวดในขณะนี้ โดยโครงการชลประทานพิษณุโลกแจ้งว่าได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อติดตามระดับน้ำและการไหลผ่านของแม่น้ำทุกจุด พร้อมปรับแผนการระบายน้ำเชิงรุกตามกรอบการบริหารจัดการน้ำของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)
ข้อมูลปริมาณน้ำและการระบายน้ำ
สำหรับ เขื่อนแควน้อย ข้อมูลล่าสุดระบุว่ามีปริมาณน้ำเก็บกักทั้งหมด 347.88 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 37.05 ของความจุ รองรับการใช้งานได้ประมาณ 304.88 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 34.03 ขณะที่น้ำไหลเข้าสู่เขื่อนในช่วงเวลาดังกล่าวราว 11.21 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีการระบายน้ำประมาณ 1.73 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเทียบเท่ากับการระบายน้ำที่ประมาณ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
| จุด/สิ่งก่อสร้าง | ตัวเลขสำคัญ | หน่วย |
|---|---|---|
| น้ำเก็บกักเขื่อนแควน้อย | 347.88 | ล้านลูกบาศก์เมตร |
| ร้อยละความจุ | 37.05% | |
| น้ำไหลเข้า | 11.21 | ล้านลูกบาศก์เมตร |
| การระบายน้ำ | 1.73 (~20/วินาที) | ล้านลูกบาศก์เมตร / ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที |
ระดับน้ำในแม่น้ำยมและการเฝ้าระวัง
เจ้าหน้าที่ชลประทานรายงานระดับน้ำตามสถานีวัดที่สำคัญในลุ่มน้ำยมซึ่งส่งผลต่อพื้นที่ในจังหวัดพิษณุโลกดังนี้
- สถานี Y16: ระดับน้ำ 6.82 เมตร เพิ่มขึ้น 1 เซนติเมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 48 เซนติเมตร (ระดับตลิ่ง 7.30 เมตร)
- สถานี Y64: ระดับน้ำ 5.96 เมตร เพิ่มขึ้น 2 เซนติเมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 44 เซนติเมตร (ระดับตลิ่ง 6.40 เมตร)
สภาพโดยรวมของระดับน้ำยังอยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้ แต่หน่วยงานเน้นการติดตามการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเมื่อมีฝนตกหนักในต้นน้ำ หรือมีเหตุการณ์ที่ทำให้ปริมาณน้ำท่าเพิ่มขึ้นฉับพลัน
โครงการชลประทานพิษณุโลกสั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งระบายน้ำและลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด
สาเหตุและพื้นที่ต้นเหตุของมวลน้ำ
การเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำมีสาเหตุสำคัญจากฝนตกหนักในช่วงวันที่ 19–20 สิงหาคม พ.ศ. 2569 บริเวณตอนบนและตอนกลางของลุ่มน้ำยม โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอปงและอำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำท่าไหลผ่านสถานี Y.31 ในพื้นที่จังหวัดพะเยาสูงสุดถึง 917 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นอกจากนี้ พื้นที่ตอนกลางของลุ่มน้ำอย่างอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ และอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ยังมีการไหลผ่านที่สถานี Y.14B สูงสุดถึง 688 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ต้องติดตามการเคลื่อนที่ของมวลน้ำลงสู่พื้นที่ตอนล่างต่อเนื่อง
ผลกระทบต่อชุมชนและแนวทางรับมือ
แม้ว่าระดับน้ำในจุดวัดหลักของจังหวัดพิษณุโลกยังต่ำกว่าระดับตลิ่ง แต่ความเสี่ยงต่อพื้นที่ลุ่มต่ำและแผนการเพาะปลูกของเกษตรกรยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะหากมีฝนตกซ้ำหรือมีการระบายจากเขื่อนในปริมาณมากขึ้นกะทันหัน ทางโครงการชลประทานได้เน้นการประสานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อแจ้งเตือนประชาชน ปรับแผนการระบายน้ำ และเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงยึดหลักปฏิบัติจาก 9 มาตรการรับมือฤดูฝนของ สทนช. ในการประเมินและบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การระบายน้ำและการแจ้งเตือนมีความสอดคล้องและทันสถานการณ์
ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำยม คลองสาขา หรือพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรติดตามประกาศจากทางราชการและรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ระมัดระวังการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินและเตรียมความพร้อมรับมาตรการอพยพหากมีการประกาศเตือนฉุกเฉิน