จับกุมในพื้นที่ป่าสงวนป่าน้ำปาดของอุตรดิตถ์
เมื่อเวลา 01.30 น. ของวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2569 เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจยึดและจับกุมขบวนการลักลอบตัดไม้หวงห้ามบริเวณป่าห้วยไม้แดง ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด หมู่ที่ 2 ตำบลม่วงเจ็ดต้น อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาในที่เกิดเหตุได้จำนวน 3 รายและตรวจยึดของกลางหลายรายการ
ของกลางที่ยึดได้และมูลค่าความเสียหาย
การตรวจยึดของกลางชี้ให้เห็นรูปแบบการกระทำผิดที่ใช้เครื่องจักรและยานพาหนะในการตัดและขนย้ายไม้หวงห้าม ข้อมูลจากการตรวจสอบเบื้องต้นมีดังนี้
- ไม้ประดู่ท่อน จำนวน 8 ท่อน ปริมาตรรวม 13.39 ลูกบาศก์เมตร
- ยานพาหนะและเครื่องจักร ได้แก่ รถบรรทุกติดเครน 1 คัน, รถแทรกเตอร์การเกษตร 1 คัน, รถกระบะ 1 คัน และรถยนต์อเนกประสงค์ 1 คัน
- อุปกรณ์ ได้แก่ เลื่อยโซ่ยนต์ 2 เครื่อง และอุปกรณ์อื่นที่ใช้ในการตัดและขนย้ายไม้
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| ไม้ประดู่ท่อน | 8 ท่อน (13.39 ลบ.ม.) |
| รถบรรทุกติดเครน | 1 คัน |
| รถแทรกเตอร์ | 1 คัน |
| รถกระบะ | 1 คัน |
| รถยนต์อเนกประสงค์ | 1 คัน |
| เลื่อยโซ่ยนต์ | 2 เครื่อง |
การประเมินมูลค่าความเสียหายต่อรัฐจากการตัดไม้ประดู่ครั้งนี้อยู่ที่ 468,650 บาท โดยพบตอไม้ประดู่ถูกตัดล้ม 1 ต้น และไม่พบรอยตราอนุญาตบนโคนไม้ที่ถูกตัด
ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวและสถานะผู้บงการ
เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาที่อยู่ในที่เกิดเหตุได้ 3 คน ได้แก่
- นายชัยวัฒน์ อายุ 50 ปี ทำหน้าที่ขับรถบรรทุกติดเครน
- นายศุภชัย อายุ 31 ปี ทำหน้าที่ผู้ช่วยในการเรียงและมัดไม้
- นายพนม อายุ 56 ปี เป็นผู้ขับรถแทรกเตอร์ทำทาง
ขณะที่กลุ่มนายทุนและผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการดังกล่าวได้ขับรถหลบหนีไปขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ เบื้องต้นการสืบสวนขยายผลและพยานหลักฐานชี้ว่าสถานการณ์มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนต่างชาติซึ่งถูกอ้างถึงในเอกสารว่าเป็นกลุ่มทุน "จีนเทา" โดยมีกลุ่มนายทุนและนายหน้าคอยควบคุมการตัดไม้และการซื้อขายทรัพยากรจากพื้นที่
ความหมายต่อการคุ้มครองป่าและมาตรการในพื้นที่อุตรดิตถ์
การจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึงปัญหาการใช้เครื่องจักรและยานพาหนะในการเข้าถึงพื้นที่ป่าสงวนเพื่อตัดไม้หวงห้าม รวมถึงเครือข่ายผู้บงการที่อาจอยู่ห่างไกลจากพื้นที่แต่สั่งการและสนับสนุนการกระทำผิด การที่พบไม้จำนวนหลายท่อนและเครื่องมือครบถ้วนบ่งชี้ว่ามีการวางแผนและโครงสร้างการปฏิบัติการที่เป็นระบบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูระบบนิเวศและความมั่นคงของทรัพยากรป่าไม้ในจังหวัดอุตรดิตถ์
สำหรับแนวทางการดำเนินงานต่อไป เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งรัดการสอบสวนขยายผลเพื่อเชื่อมโยงผู้บงการที่หลบหนีมาดำเนินคดี พร้อมทั้งตรวจสอบเส้นทางการซื้อขายและตลาดของไม้ที่ถูกตัด เพื่อป้องกันการลักลอบในระยะยาว รวมทั้งพิจารณามาตรการเพิ่มการลาดตระเวนและการจัดการชุมชนในพื้นที่ป่าเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังทรัพยากร
การกระทำผิดเช่นนี้มีผลกระทบทั้งต่อระบบนิเวศและชุมชนท้องถิ่นที่พึ่งพาป่าในด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม การติดตามคดีและการป้องกันเชิงรุกจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับอนาคตของป่าสงวนในเขตอุตรดิตถ์