เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569 สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรีเปิดปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ ปลาหมอคางดำ โดยจัดกิจกรรมที่โรงเรียนวัดดอนผิงแดด (ผลสิริราษฎร์รังสรรค์) อำเภอบ้านแหลม มีตัวแทนหน่วยงานราชการ ผู้นำชุมชน นักเรียน และชาวประมงท้องถิ่นเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
มาตรการผสมผสาน กำจัดและฟื้นฟูระบบนิเวศ
การดำเนินงานครั้งนี้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567–2570 ซึ่งสำนักงานประมงจังหวัดร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นจัดกิจกรรมหลักหลายด้าน เพื่อควบคุมประชากรปลาหมอคางดำและฟื้นฟูความสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ
- ปล่อยพันธุ์ปลากะพงลงในแหล่งน้ำธรรมชาติรวม 10,000 ตัว เพื่อเป็นผู้ล่าเชิงชีวภาพควบคุมประชากรปลานอกระบบ
- จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ระดมชุมชนจับปลาหมอคางดำบริเวณคลองปากทะเลและคลองบางแก้ว
- นำปลาที่จับได้ไปใช้ประโยชน์เช่นผลิตน้ำหมักชีวภาพและเป็นเหยื่อเลี้ยงปลากะพง
- จัดทำก้อนจุลินทรีย์ (EM Ball) จำนวน 1,200 ก้อน เพื่อการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมแหล่งน้ำ
ผลการดำเนินงานเชิงปริมาณ
จากการระดมจับในพื้นที่สามารถรวบรวมปลาหมอคางดำได้รวมทั้งสิ้น 1,877 กิโลกรัม โดยมีการจัดสรรนำผลผลิตไปใช้ในแนวทางดังนี้
| หน่วยงาน/การใช้ประโยชน์ | ปริมาณ (กิโลกรัม) |
|---|---|
| สถานีพัฒนาที่ดินเพชรบุรี (ผลิตน้ำหมัก) | 100 |
| องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น (เหยื่อเลี้ยงปลากะพง) | 1,777 |
การมีส่วนร่วมของชุมชนและการใช้ประโยชน์
นอกเหนือจากการจับและแจกจ่าย ผลการดำเนินงานยังรวมถึงการสาธิตการแปรรูปเป็นเมนูท้องถิ่น เช่น วิธีการนำปลาหมอคางดำมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าและลดการสูญเสียทางอาหาร นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้เรียนรู้การทำก้อนจุลินทรีย์เพื่อฟื้นฟูแหล่งน้ำและการจัดการทรัพยากรประมงในชุมชน
ผู้บริหารท้องถิ่นร่วมขับเคลื่อน
การเปิดโครงการมี นางสาวศิริวรรณ เครือเล็ก (เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี) เป็นประธาน และการมีส่วนร่วมจาก นายประจวบ เจี้ยงยี่ (ประมงจังหวัดเพชรบุรี) พร้อมด้วยนายกองค์การบริหารส่วนตำบล และผู้นำชุมชนในพื้นที่แสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน
ความหมายต่อระบบนิเวศและชุมชน
ปลาหมอคางดำเป็นชนิดปลาต่างถิ่นที่ขยายพันธุ์รวดเร็ว เมื่อตีพื้นที่ทะเลชายฝั่งและระบบน้ำจืดจะเกิดปัญหาการเบียดเบียนทรัพยากรพื้นถิ่น ส่งผลต่อความหลากหลายทางชีวภาพและอาชีพของชาวประมงท้องถิ่น การนำมาตรการผสมผสานทั้งการเพิ่มผู้ล่าเชิงชีวภาพและการระดมจับจึงเป็นแนวทางที่คาดหวังว่าจะช่วยปรับสมดุลระบบนิเวศได้ในระยะยาว หากดำเนินการอย่างต่อเนื่องและมีการติดตามผลเป็นระบบ
โครงการยังแสดงให้เห็นถึงบทบาทของการมีส่วนร่วมของชุมชน ในการแก้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติร่วมกับหน่วยงานรัฐ ทั้งในด้านการปฏิบัติจริง การนำผลผลิตไปใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ และการส่งเสริมความรู้เรื่องการจัดการน้ำและประมงพื้นบ้าน
แม้การลงมือครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญ แต่ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องชี้ว่า การควบคุมการระบาดของปลาต่างถิ่นต้องอาศัยการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ครบวงจร และการมีมาตรการป้องกันไม่ให้มีการแพร่ขยายซ้ำในอนาคต