สำนักงานและหน่วยงานด้านการวิจัยของรัฐเดินหน้าขยายผลโครงการต้นแบบด้านพืชเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในจังหวัดเชียงราย โดยมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่เยาวชนและครูโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย ระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เพื่อถ่ายทอดเทคนิคการขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับและการนำองค์ความรู้ไปใช้ควบคุมมลภาวะในชุมชน
การขับเคลื่อนจากงานวิจัยสู่ชุมชน
การดำเนินงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และทุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ผลงานวิจัยด้านพืชสวนสามารถนำไปใช้จริงในระดับชุมชน ทั้งในมิติการลดปริมาณฝุ่น PM2.5 และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน
เนื้อหาการฝึกอบรมและผู้เชี่ยวชาญ
กิจกรรมมุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้เชิงปฏิบัติในหัวข้อหลักคือเทคนิคการขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ ผู้เข้าร่วมได้รับการอบรมจากทีมวิจัยของ วว. ที่นำโดย ดร. อนันต์ พิริยะภัทรกิจ นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวหน้าโครงการ ด้านเนื้อหามีทั้งหลักการคัดเลือกพืชที่เหมาะสม วิธีขยายพันธุ์ และการจัดการทรัพยากรต้นน้ำปลายน้ำเพื่อให้การใช้พืชเป็นเครื่องมือหนึ่งในการลดฝุ่นในเมืองและชุมชนอย่างคุ้มค่า
"การเชื่อมโยงงานวิจัยกับฐานทรัพยากรของชุมชนเป็นแนวทางที่สำคัญ เพื่อให้เกิดแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนและเข้าถึงได้จริงในพื้นที่"
ผลประโยชน์ต่อเยาวชนและชุมชนท้องถิ่น
นอกจากมิติด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว กิจกรรมยังมุ่งพัฒนา ทักษะด้านวิทยาศาสตร์และการเกษตร ให้แก่เด็กนักเรียน โดยหวังให้เยาวชนสามารถต่อยอดความรู้เป็นงานวิจัยขนาดเล็กหรือกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ภายในโรงเรียน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหามลพิษทางอากาศและแนวทางบรรเทาผลกระทบในระดับท้องถิ่น
รายละเอียดโครงการ (สรุป)
| หัวข้อ | ข้อมูล |
|---|---|
| หน่วยงานนำ | สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) |
| สถานที่จัดกิจกรรม | โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย จังหวัดเชียงราย |
| ระยะเวลา | 26-28 สิงหาคม พ.ศ. 2569 |
| หัวข้อหลัก | เทคนิคการขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับเพื่อลดมลภาวะฝุ่น PM2.5 |
มุมมองต่อปัญหาและการนำไปใช้จริง
การใช้พืชชนิดต่างๆ มาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเมืองและชุมชน เป็นแนวทางเสริมที่มีต้นทุนไม่สูงและสามารถบูรณาการกับกิจกรรมชุมชนได้ อย่างไรก็ดี การนำแนวทางนี้ไปรวมกับมาตรการอื่น เช่น การควบคุมการเผาในที่โล่ง การจัดการขนส่งสาธารณะ และการติดตามคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว
คำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับชุมชน
- เลือกปลูกไม้ดอกและไม้ประดับที่มีโครงสร้างใบสามารถช่วยดักจับฝุ่นได้ดี และเหมาะกับสภาพภูมิอากาศเชียงราย
- ฝึกทักษะการขยายพันธุ์พื้นฐานเพื่อให้โรงเรียนและชุมชนมีแหล่งพืชท้องถิ่นใช้เอง
- ผสมผสานโครงการปลูกพืชกับกิจกรรมให้ความรู้เรื่องการลดแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น การลดการเผาเศษวัสดุ
การอบรมที่จัดขึ้นครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการถ่ายทอดเทคนิคเชิงเกษตร แต่ยังเป็นพื้นที่เชื่อมโยงระหว่างงานวิจัยกับการปฏิบัติจริงในชุมชน ทั้งยังเปิดโอกาสให้เยาวชนและครูสามารถต่อยอดความรู้เป็นกิจกรรมสาธารณประโยชน์และแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในระดับท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน
สำหรับชุมชนและหน่วยงานที่สนใจแนวทางดังกล่าว การประสานงานกับหน่วยวิจัยท้องถิ่นและโรงเรียนในพื้นที่ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้การนำความรู้ไปใช้เกิดผลเร็วและสอดคล้องกับบริบทชุมชนของเชียงราย