คณะกรรมาธิการยืนยันสอบตามข้อร้องเรียน ไม่ใช่การดำเนินการโดยบุคคลหนึ่ง
นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ออกมาชี้แจงหลังได้รับหนังสือร้องเรียนจากบริษัทเอกชนถึงประธานรัฐสภา ขอให้ตรวจสอบด้านจริยธรรมต่อตนเอง โดยย้ำว่าการตรวจสอบกรณี การลักลอบปล่อยน้ำเสียและผลกระทบต่อแหล่งน้ำของจังหวัดสระบุรี เป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการกำลังดำเนินการตามกระบวนการ และมีที่มาจากข้อร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่
ในคำชี้แจง นายพูนศักดิ์เน้นว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่การปะทะระหว่างตนกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่เป็นการตอบสนองต่อความกังวลของชุมชนและตรวจสอบโดยคณะกรรมาธิการ ซึ่งมีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2567
“ประเด็นดังกล่าว ควรได้รับการชี้แจงต่อสาธารณะอย่างตรงไปตรงมา เพื่อไม่ให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน”
ไทม์ไลน์การตรวจสอบตามเอกสารของคณะกรรมาธิการ
เอกสารที่อ้างอิงแสดงให้เห็นขั้นตอนการทำงานของคณะกรรมาธิการตั้งแต่มีการยื่นเรื่องร้องเรียนและการลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานในจังหวัดสระบุรี
| วันที่ (พ.ศ.) | การดำเนินการ |
|---|---|
| 30 ตุลาคม 2567 | ส.ส.สรพัช ศรีปราชญ์ (สระบุรี เขต 1) ยื่นเรื่องร้องเรียนการลักลอบปล่อยน้ำเสีย |
| 11 พฤศจิกายน 2567 | กมธ.ลงพื้นที่และประชุมร่วมกับจังหวัดสระบุรี ณ ศาลากลางจังหวัด เพื่อตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง |
| 19 กุมภาพันธ์ 2568 | กมธ.ติดตามผลการตรวจสอบ พบจังหวัดยังชี้เฉพาะเจาะจงผู้กระทำไม่ได้ จึงเสนอให้เก็บตัวอย่างตะกอนดินเพื่อตรวจโลหะหนัก |
| 21 พฤศจิกายน 2568 | กมธ.ลงพื้นที่อีกครั้ง พบผู้ร้องเรียนเพิ่ม และได้ประชุมกับผู้บริหารของบริษัทที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งตรวจดูหลุมฝังกลบของเสียอันตราย |
ข้อเสนอและการตรวจพิสูจน์เป็นหลักฐาน
จากการประชุมร่วมกัน คณะกรรมาธิการมีข้อเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดสระบุรีตั้งคณะทำงานลงพื้นที่เก็บตัวอย่างตะกอนดินเพื่อตรวจวิเคราะห์หาสารโลหะหนัก โดยเป็นไปเพื่อชี้ชัดสาเหตุว่ามีต้นตอมาจากภาคอุตสาหกรรมหรือจากการทำการเกษตร
- การร้องเรียนมาจากประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเสีย
- กมธ.ได้ลงพื้นที่และประชุมร่วมกับหน่วยงานของจังหวัดหลายครั้ง
- ข้อเสนอหลักคือการเก็บตัวอย่างตะกอนดินเพื่อวิเคราะห์เป็นข้อมูลชี้ชัด
ในครั้งที่กมธ.ลงพื้นที่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 มีการประชุมร่วมกับผู้บริหารของบริษัทที่ถูกกล่าวถึง และคณะกรรมาธิการได้เยี่ยมชมบริเวณหลุมฝังกลบของเสียอันตรายของบริษัท โดยได้แจ้งให้ผู้ประกอบการทราบถึงข้อร้องเรียนและกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการดำเนินงานอย่างเคร่งครัด
ผลกระทบต่อชุมชนและความโปร่งใสในการทำงาน
คำชี้แจงของรองประธานกมธ.สะท้อนถึงความพยายามชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนและต้องการลดความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างบุคคลกับบริษัทหรือการต่อสู้ทางธุรกิจ แต่ในขณะเดียวกันเอกสารยังแสดงให้เห็นว่าปัญหานี้เป็นเรื่องที่ประชาชนในพื้นที่สระบุรียื่นร้องเรียนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และการตรวจพิสูจน์โดยใช้ตัวอย่างตะกอนดินเพื่อหาหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์ยังเป็นกุญแจสำคัญในการสรุปสาเหตุ
การดำเนินการต่อจากนี้ขึ้นกับการติดตามของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับจังหวัดและคณะกรรมาธิการ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนและสามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเรื่องการปกป้องแหล่งน้ำประปาและสิ่งแวดล้อมของประชาชนในจังหวัดสระบุรี