ภาพรวมความคืบหน้าและกรอบเวลา
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม กระทรวงคมนาคม โดย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา โดยเฉพาะงานก่อสร้างสัญญาที่ 4–7 ช่วง สระบุรี–แก่งคอย และสถานีสระบุรี
จากรายงานของการรถไฟฯ ปัจจุบันงานโยธาของโครงการระยะที่ 1 มีแผนงานสะสมราว 90.487% ขณะที่ผลงานสะสมอยู่ที่ 55.978% ซึ่งแสดงให้เห็นการล่าช้าของโครงการทั้งระบบเมื่อเทียบกับแผนงานที่วางไว้
สัญญา 4–7 สระบุรี–แก่งคอย: ก้าวหน้าแต่ยังมีช่องว่าง
สำหรับสัญญาที่ 4–7 ระยะทาง 12.99 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมงานสถานีสระบุรี ณ ตำบลตะกุด อำเภอเมืองสระบุรี รายงานระบุว่างานมีแผนงานสะสม 81.50% ขณะที่ผลงานสะสมอยู่ที่ 73.25% ทำให้โครงการยังก้าวช้ากว่าแผนประมาณ 8.25%
- งานติดตั้ง Segment มีความก้าวหน้า 86%
- งานก่อสร้าง Balance Beam ความคืบหน้า 33%
- งานก่อสร้าง Switch Beam ความคืบหน้า 68%
การรถไฟฯ ระบุว่าสถานีสระบุรีเป็นหนึ่งในพื้นที่ก่อสร้างที่ดำเนินการรวดเร็วที่สุด แต่ยังต้องเร่งรัดให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาเพื่อเชื่อมโยงระบบและรองรับการเดินรถในอนาคต
ประเด็นสัญญาทับซ้อนกับโครงการไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน
หนึ่งในปัญหาสำคัญที่ถูกหยิบยกคือสัญญา 4‑1 ช่วงบางซื่อ–ดอนเมือง ซึ่งมีจุดทับซ้อนของโครงสร้างกับโครงการไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา) ทำให้ยังไม่สามารถเริ่มงานได้เต็มรูปแบบ และมีความจำเป็นต้องหาข้อสรุปที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการก่อสร้าง
“ตอนนี้ต้องรอดูว่าคณะกรรมการอีอีซีจะมีความเห็นอย่างไรกับการแก้ไขสัญญาร่วมทุนไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบินจะไปต่ออย่างไร”
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมและการรถไฟฯ กำหนดเป้าหมายว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ เพื่อวางแนวทางการเดินหน้าก่อสร้าง ซึ่งรวมถึงออปชั่นการนำโครงสร้างร่วมของสัญญา 4‑1 กลับมาเปิดประมูลใหม่ หากจำเป็น เพื่อให้ส่วนที่เหลือของโครงการสามารถก่อสร้างและรองรับการเดินรถได้ทันกรอบเวลา
มาตรการด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมการก่อสร้าง
ขณะลงพื้นที่ รมช.คมนาคมได้เน้นย้ำให้การรถไฟฯ บริหารจัดการโครงการด้วยประสิทธิภาพพร้อมยึดมาตรฐานความปลอดภัยเป็นสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณที่ติดกับแนวทางรถไฟคู่ที่ยังมีการเดินรถปกติ ซึ่งห้ามเคลื่อนย้ายเครื่องจักรหนักในขณะที่รถไฟกำลังผ่าน
นอกจากนี้ได้สั่งให้ติดตามสภาพความแข็งแรงของงานอุโมงค์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนและฤดูน้ำหลาก เพื่อป้องกันความเสียหายหรืออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น พร้อมเตรียมแผนรองรับเหตุฉุกเฉินและมาตรการด้านความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่
ผลกระทบต่อกรอบเวลาเปิดบริการ
กระทรวงคมนาคมมีเป้าหมายที่จะเร่งรัดโครงการให้แล้วเสร็จพร้อมเปิดบริการตามกรอบที่กำหนดไว้ โดยข้อมูลจากหน่วยงานระบุว่าเป้าหมายการเปิดให้บริการของโครงการไฮสปีดไทย–จีนอยู่ในช่วงต้นทศวรรษหน้า อย่างไรก็ตาม ด้วยระดับการล่าช้าที่ยังคงเกิดขึ้น หากประเด็นสัญญาทับซ้อนและปัญหาการก่อสร้างบางส่วนไม่ได้รับการแก้ไขทันเวลา อาจหมายถึงความเสี่ยงต่อการเลื่อนกรอบการเปิดให้บริการ
| หัวข้อ | ตัวเลขที่รายงาน |
|---|---|
| แผนงานสะสม (งานโยธา) | 90.487% |
| ผลงานสะสมรวม | 55.978% |
| สัญญา 4–7: แผนงาน/ผลงาน | 81.50% / 73.25% |
ในระยะต่อไป ความชัดเจนของข้อสรุปทางสัญญาโดยคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องและการบริหารจัดการเพื่อเร่งรัดงานเฉพาะจุดที่ล่าช้าจะเป็นปัจจัยกำหนดว่าโครงการนี้จะสามารถเดินหน้าได้ตามเป้าหมายหรือไม่ ทั้งในมุมของการเชื่อมต่อเครือข่ายการคมนาคมและผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่จังหวัดสระบุรี