อาชญากรรม มวกเหล็ก สระบุรี (47)

ป.ป.ช.ลุยตรวจศูนย์ปฏิบัติธรรมมวกเหล็ก พบรุกพื้นที่ ส.ป.ก.–ป่าเสียหายกว่า 136 ไร่ ดันแก้กฎหมาย-ใช้โดรนสกัด

สำนักงาน ป.ป.ช. นำทีมลงพื้นที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี สืบสวนกรณีศูนย์ปฏิบัติธรรมมีการแผ้วถางและสร้างสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ ส.ป.ก.และป่าไม้ พบความเสียหายจริงกว่า 136 ไร่ คาดมีเจตนาครอบครองมากกว่า 2,000 ไร่ เจ้าหน้าที่เรียกร้องแก้กฎหมายเพิ่มอำนาจและนำเทคโนโลยีโดรนมาปักหมุดแนวเขต

ป.ป.ช.ลุยตรวจศูนย์ปฏิบัติธรรมมวกเหล็ก พบรุกพื้นที่ ส.ป.ก.–ป่าเสียหายกว่า 136 ไร่ ดันแก้กฎหมาย-ใช้โดรนสกัด
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำคณะสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ระหว่างวันที่ 13-14 สิงหาคม เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงกรณีศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งซึ่งมีการขยายพื้นที่ก่อสร้างและแผ้วถางป่า หลังพบร่องรอยการรุกล้ำที่ดินของรัฐ

ผลตรวจสอบเบื้องต้นและตัวเลขความเสียหาย

จากการตรวจสอบของกรมป่าไม้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีการทำลายสภาพป่าและแปลงปฏิรูปที่ดินของ ส.ป.ก. โดยสรุปตัวเลขที่ได้รับรายงานคือพื้นที่เสียหายจริงจำนวน136 ไร่ ขณะที่การประเมินเบื้องต้นชี้ถึงเจตนาครอบครองพื้นที่กว้างกว่า2,000 ไร่ และมูลค่าความเสียหายทรัพยากรธรรมชาติกว่า5 ล้านบาท

รายการจำนวน
พื้นที่เสียหายที่ตรวจพบ136 ไร่
พื้นที่คาดว่ามีเจตนาครอบครอง2,000 ไร่
มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 5 ล้านบาท

การดำเนินคดีและข้อจำกัดทางอำนาจของหน่วยงาน

เจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพรของกรมป่าไม้ได้แจ้งความดำเนินคดีและส่งสำนวนให้กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ (บก.ปทส.) ไปแล้ว ส่วนหน่วยงานด้านการปฏิรูปที่ดินยอมรับว่ามีกฎหมายที่จำกัดอำนาจ เนื่องจากส.ป.ก.ไม่สามารถออกคำสั่งเชิงปกครองเพื่อสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหรือสั่งหยุดก่อสร้างได้ทันที แต่ทำได้เพียงการร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญาหรือฟ้องคดีแพ่ง

“ไม่บกพร่อง”

ด้านสำนักงานจังหวัดสระบุรีโดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดชี้แจงว่า ทางจังหวัดไม่ได้ละเลย แต่มีข้อจำกัดเรื่องกำลังเจ้าหน้าที่ ทำให้การตรวจตราพื้นที่ป่าทั้งหมดเป็นไปได้ยาก จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนและสื่อมวลชนในการแจ้งเบาะแส

ป.ป.ช. ป.ป.ท. เสนอแก้กฎหมายและใช้เทคโนโลยี

การลงพื้นที่ของ ป.ป.ช. มีทั้งการสอบสวนหาคนถือกรรมสิทธิ์และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อาจละเว้นหน้าที่ รวมถึงการเรียกร้องให้มีการปรับปรุงกรอบกฎหมายด้านการปฏิรูปที่ดิน เพื่อปิดช่องว่างที่ทำให้การระงับการรุกล้ำทำได้ยาก

นอกจากนี้ หน่วยงานยังเสนอให้มีการนำเทคโนโลยีมาช่วยตรวจสอบพื้นที่อย่างจริงจัง โดยเฉพาะการใช้โดรนเพื่อปักหมุดแนวเขตและติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพพื้นที่แบบเรียลไทม์ เพื่อสกัดไม่ให้ขบวนการรุกที่ดินรัฐขยายผลตั้งแต่ต้น

  • เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ป.ป.ช., ป.ป.ท., กรมป่าไม้, ส.ป.ก. และตำรวจ บก.ปทส.
  • ปัญหาหลัก คือ ช่องว่างทางกฎหมายที่จำกัดอำนาจการสั่งระงับและรื้อถอน
  • ทางออกที่เสนอ คือ การแก้กฎหมายและการใช้เทคโนโลยีติดตามการรุกล้ำ

ผลกระทบต่อทรัพยากรและชุมชนท้องถิ่น

จุดที่ตรวจพบการทำลายบางส่วนเป็นพื้นที่ต้นน้ำชั้น 2 ซึ่งถูกกำหนดห้ามนำไปปฏิรูปจัดสรรทำกินโดยเด็ดขาด การแผ้วถางและสร้างถนนอาจทำให้เกิดผลกระทบระยะยาวต่อระบบนิเวศและความมั่นคงของน้ำต้นทุนในพื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อชุมชนรอบข้างในอนาคต

การสืบสวนของหน่วยงานยังเป็นสัญญาณถึงความพยายามของรัฐในการจัดการปัญหาการรุกที่ดินเชิงระบบ แต่ความสำเร็จจะขึ้นกับการบูรณาการมาตรการทางกฎหมาย การใช้เทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแจ้งเบาะแส

คดีดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานและส่งสำนวนไปยังหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสำหรับการดำเนินคดีต่อไป โดยผู้เกี่ยวข้องยังเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดแนวทางการแก้ไขช่องโหว่ทางกฎหมายที่ถูกหยิบยกเป็นประเด็นในครั้งนี้

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

47สระบุรี

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น สระบุรี ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว