จังหวัดสระบุรี—นาย สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา โดยเฉพาะสัญญาที่ 4–7 ช่วง สระบุรี–แก่งคอย และสถานีสระบุรี เพื่อเร่งรัดงานและแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนกับโครงการอื่นที่เกี่ยวข้อง
ผลงานปัจจุบันและเป้าหมายการเปิดบริการ
จากรายงานของหน่วยงานก่อสร้าง ณ วันลงพื้นที่ มีการประเมินผลงานสะสมโดยรวมของโครงการบางส่วนอยู่ที่ ร้อยละ 55.97 ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความคืบหน้าระหว่างสัญญาต่าง ๆ ขณะที่ฝ่ายบริหารของกระทรวงคมนาคมยืนยันเป้าหมายว่า โครงการต้องเร่งรัดให้แล้วเสร็จและพร้อมให้บริการภายในปี พ.ศ. 2574 เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและการขนส่งสินค้า
ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนกับไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกเน้นขณะลงพื้นที่คือปัญหาพื้นที่ทับซ้อนบริเวณสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ–ดอนเมือง ที่มีงานโครงสร้างร่วมกับโครงการไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา) สร้างความจำเป็นต้องหาข้อสรุปเชิงนโยบายและสัญญาร่วมทุนเพื่อไม่ให้การก่อสร้างส่วนอื่นของไฮสปีดไทย–จีนหยุดชะงัก
“ตอนนี้ต้องรอดูว่าคณะกรรมการอีอีซีจะมีความเห็นอย่างไรกับการแก้ไขสัญญาร่วมทุนไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบินจะไปต่ออย่างไร”
ในกรณีที่การแก้ไขสัญญาร่วมทุนยังไม่สามารถสรุปได้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยังมีตัวเลือกนำโครงสร้างร่วมที่เกี่ยวข้องกลับมาเปิดประมูลใหม่ เพื่อให้การก่อสร้างส่วนที่สอดรับกับโครงการไทย–จีนเดินหน้าได้โดยไม่กระทบต่อกรอบเวลารวมของโครงการ
สภาพการก่อสร้างในพื้นที่สระบุรี–แก่งคอย
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีการรับฟังบรรยายสรุปงานสัญญาที่ 4–7 ช่วงสระบุรี–แก่งคอย ระยะทางประมาณ 12.99 กิโลเมตร รายงานระบุว่า งานติดตั้งชิ้นส่วนคานทางวิ่ง (segment) และงานโครงสร้างยกระดับมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่บางรายการยังล่าช้ากว่าแผนที่วางไว้
- ผลงานสะสมของบางส่วนโครงการโดยรวม: ร้อยละ 55.97
- สัญญาช่วงสระบุรี–แก่งคอย (ตามการรายงานเพิ่มเติม): การติดตั้ง segment และคานทางแยกมีความคืบหน้าแตกต่างกันไปในแต่ละจุด
- สัญญาที่เชื่อมโยงกับโครงการอื่น (4-1): เป็นปัญหาพื้นที่ทับซ้อนที่ต้องสรุปแนวทางร่วมกับอีอีซี
มาตรการด้านความปลอดภัยและการบริหารความเสี่ยง
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเน้นย้ำให้การรถไฟฯ บริหารโครงการด้วยประสิทธิภาพควบคู่กับการให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ก่อสร้างใกล้แนวเส้นทางรถไฟปัจจุบันและบริเวณที่ประชาชนใช้สัญจร ผ่านมาตรการป้องกันอุบัติเหตุ ระบบการแจ้งเตือน และแผนรองรับเหตุฉุกเฉินที่ต้องชัดเจน
สถานีสระบุรีและงานอุโมงค์สำคัญ
สำหรับ สถานีรถไฟความเร็วสูงสระบุรี ที่ตำบลตะกุด อำเภอเมืองสระบุรี เป็นสถานียกระดับหลายชั้น รองรับชานชาลายาว 450 เมตร 2 ชานชาลาและราง 4 ทาง โดยหน่วยงานรายงานความคืบหน้าของงานสถานียังตามแผนแต่มีบางส่วนล่าช้า ซึ่งการรถไฟจะติดตามและเร่งรัดอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน งานอุโมงค์ในพื้นที่มวกเหล็กและลำตะคอง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ มีการดำเนินงานใกล้แล้วเสร็จของโครงสร้างหลักและกำลังเข้าสู่ขั้นตอนตกแต่งและติดตั้งระบบภายใน
ทางเลือกเชิงนโยบายและผลกระทบท้องถิ่น
การเคลียร์ปมสัญญาและการตัดสินใจของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอีอีซี จะเป็นตัวกำหนดทิศทางว่าการก่อสร้างต่อจากนี้จะเดินหน้าภายใต้สัญญาร่วมทุนเดิมหรือจะมีการเปิดประมูลใหม่ ซึ่งแต่ละทางเลือกจะมีผลต่อกำหนดเวลา งบประมาณ และการจ้างงานในพื้นที่สระบุรี หากเลือกเปิดประมูลใหม่จะต้องคำนึงทั้งความต่อเนื่องของงานและมาตรฐานความปลอดภัย
| หัวข้อ | สถานะที่รายงาน |
|---|---|
| ผลงานสะสม (ช่วงหนึ่งของโครงการ) | ร้อยละ 55.97 |
| เป้าหมายเปิดบริการ | พ.ศ. 2574 |
การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครั้งนี้จึงมีทั้งมิติด้านการติดตามผลงานทางเทคนิค การบริหารจัดการสัญญาที่เกี่ยวเนื่อง และการรับรองมาตรการความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนในพื้นที่ สระบุรียังคงเป็นจุดที่โครงการต้องการการประสานงานระหว่างหน่วยงานหลายภาคส่วนเพื่อให้ก่อสร้างแล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่วางไว้