วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เวลา 10.30 น. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ลงพื้นที่ติดตามโครงการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงข่ายถนนเชื่อมต่อระหว่าง อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง กับ อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล ณ บริเวณถ้ำภูผาเพชร ตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล
เป้าหมายของการศึกษาและข้อจำกัดด้านพื้นที่
การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มทางเลือกการเดินทางและระบบการขนส่งระหว่างสองจังหวัด ลดระยะทางและระยะเวลาการเดินทาง รวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ในภูมิภาคภาคใต้ตอนล่าง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้วางกรอบระยะเวลาการศึกษารวม 270 วัน โดยสัญญาเริ่มวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569 และมีกำหนดสิ้นสุดวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2570
ปัญหาที่ต้องแก้ไขและผลประโยชน์ที่คาดหวัง
ปัจจุบันเส้นทางเชื่อมระหว่างจังหวัดพัทลุงและจังหวัดสตูลต้องอ้อมทางไกล มีระยะทางอยู่ในช่วง 145–243 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2–4 ชั่วโมง ส่งผลให้ความสะดวกสบายของประชาชนลดลงและต้นทุนการขนส่งสูงขึ้น หากโครงข่ายถนนเชื่อมต่อสายใหม่ผ่านพื้นที่รอยต่อสามารถดำเนินการได้ จะช่วยร่นระยะทางเหลือประมาณ 40 กิโลเมตร และลดเวลาเดินทางเหลือเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง
| หัวข้อ | ระยะทาง/เวลา (ปัจจุบัน) | ระยะทาง/เวลา (เป้าหมายโครงการ) |
|---|---|---|
| พัทลุง–สตูล | 145–243 กม. / 2–4 ชั่วโมง | ประมาณ 40 กม. / ประมาณ 1 ชั่วโมง |
แนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของประชาชน
พื้นที่รอยต่อที่ศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของ ป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขาบรรทัด จึงต้องดำเนินการขออนุญาตและศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตามขั้นตอนของกรมป่าไม้ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หน่วยงานในจังหวัดสตูลได้บูรณาการร่วมกับแขวงทางหลวงชนบทสตูล โดยตั้งงบประมาณสำหรับการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงข่ายถนนรวมระยะทางประมาณ 21.3 กิโลเมตร ครอบคลุมการสำรวจเส้นทางระหว่างสตูล–พัทลุง ระยะทาง 7.6 กิโลเมตร และเส้นทางภายในโครงการอ่างเก็บน้ำป่าบอน จังหวัดพัทลุง ระยะทาง 6.3 กิโลเมตร
“โครงการนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากประชาชนในพื้นที่ที่มีความต้องการความสะดวกในการสัญจรเดินทาง แต่ในขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องพูดคุยหารือและหาแนวทางร่วมกัน และมีส่วนร่วมของประชาชนในการให้ความเห็นและร่วมดำเนินการ”
องค์ประกอบสำคัญของการศึกษา
- การสำรวจและออกแบบแนวเส้นทางที่เหมาะสมกับภูมิประเทศ
- การประเมินผลกระทบต่อทรัพยากรป่าไม้และระบบนิเวศ
- การรับฟังความเห็นจากประชาชนและหน่วยงานท้องถิ่น
- การประเมินต้นทุน-ประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและโลจิสติกส์
ความเชื่อมโยงเชิงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลและหน่วยงานเกี่ยวข้องชี้ว่าโครงการมีศักยภาพช่วยเชื่อมพื้นที่ชุมชน แหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอำเภอมะนังที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติสำคัญ เช่น ถ้ำภูผาเพชร การปรับปรุงโครงข่ายถนนหวังจะเอื้อให้การเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวดีขึ้นและสนับสนุนการลงทุนในพื้นที่
ประเด็นที่ต้องติดตาม
แม้โครงการจะมีผลประโยชน์ด้านการเดินทางและเศรษฐกิจ แต่ลำดับถัดไปคือการจัดการผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและการยืนยันความเห็นจากประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้การพัฒนาดำเนินไปทั้งมีประสิทธิภาพและยั่งยืน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องส่งมอบผลการศึกษาและข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาขั้นตอนต่อไป
การศึกษาครั้งนี้สะท้อนแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องประสานความต้องการของประชาชนกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ หากทุกฝ่ายเดินหน้าอย่างรอบคอบ โครงการอาจเป็นต้นแบบการพัฒนาเชิงเชื่อมโยงระหว่างภาคส่วนที่ตอบโจทย์ทั้งการเดินทาง การค้า และการรักษาสิ่งแวดล้อม