ประเด็นการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ของจังหวัดสตูล ถูกนำขึ้นมาวิเคราะห์อีกครั้งในบริบทข้อครหาเรื่องความผิดปกติของการลงคะแนนหรือที่เรียกกันว่า "สตูลโมเดล" หลังจากข้อมูลจากการรายงานชี้ว่า ผู้สมัครจากจังหวัดนี้มีสัดส่วนผ่านเข้ารอบคัดเลือกในสัดส่วนสูงผิดปกติ ส่งผลให้เส้นทางคะแนนของ ส.ว.บางคนถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและที่มาของคะแนน
เส้นทางคะแนนของผู้สมัครที่เป็นข้อสงสัย
หนึ่งในกรณีที่ถูกยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างคือ นางอารีย์ บรรจงธุระการ ซึ่งเป็นหนึ่งในหก ส.ว.ที่ได้รับเลือกจากจังหวัดสตูล ข้อมูลจากแหล่งข่าวและการสืบค้นเผยว่า อารีย์สมัครในกลุ่มที่ 18 ซึ่งเป็นกลุ่ม "สื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน" แต่ในใบสมัครระบุอาชีพหลักว่าเป็น พยาบาล และระบุประวัติการทำงานในด้านแม่และเด็ก รวมถึงงานพิธีกรงานแต่งงานและงานเลี้ยงทั่วไป
คะแนนที่ได้รับในแต่ละรอบ
เส้นทางคะแนนของนางอารีย์เมื่อเทียบตามข้อมูลที่ปรากฏ มีดังนี้
| ระดับการเลือก | คะแนนที่ระบุ | ความหมาย |
|---|---|---|
| ระดับจังหวัด (รอบเลือกไขว้) | 7 คะแนน | เป็นอันดับ 1 ของกลุ่มที่ 18 ในระดับจังหวัด |
| ระดับประเทศ (รอบเลือกกันเอง กลุ่มอาชีพ) | 30 คะแนน | เป็นอันดับ 5 ของกลุ่มที่ 18 ในรอบนี้ |
| ระดับประเทศ (รอบเลือกไขว้) | 57 คะแนน | ได้เป็น ส.ว.ลำดับที่ 6 ของกลุ่มที่ 18 |
ตัวเลขดังกล่าวถูกนำมาเป็นหลักฐานประกอบการตั้งคำถามว่าเหตุใดผู้สมัครซึ่งระบุอาชีพหลักเป็นพยาบาลจึงสมัครในกลุ่มสื่อสารมวลชน และเหตุใดผู้สมัครจากจังหวัดสตูลจำนวนมากถึงผ่านเข้าสู่รอบเลือกไขว้ได้ในสัดส่วนสูงกว่าจังหวัดอื่น ๆ
ปริศนา "สตูลโมเดล" และคำถามเชิงสืบสวน
สำนักข่าวและองค์กรด้านกฎหมายชี้ว่า จังหวัดสตูลมีผู้สมัครเข้าสู่รอบเลือกไขว้จำนวนมากเมื่อเทียบสัดส่วน โดยข้อมูลหนึ่งระบุว่าจากผู้สมัครทั้งหมดของจังหวัดมีผู้ผ่านเข้ารอบถึง 38 คนจาก 40 คน ซึ่งเท่ากับร้อยละ 95 ของผู้สมัครทั้งหมด นี่เป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในประเทศเทียบกับจังหวัดอื่น ๆ และทำให้เกิดคำถามต่อกระบวนการคัดเลือก เช่น
- ผู้สมัครทั้ง 38 คนผ่านเข้ารอบด้วยเงื่อนไขอย่างไร
- คะแนนถูกแจกจ่ายอย่างไร และมีกลไกใดในการจัดสรรคะแนนหรือไม่
- มีการลงคะแนนเป็นชุดหรือการประสานกลุ่มผู้ลงคะแนนในท้องถิ่นหรือไม่
- เส้นทางคะแนนของหกคนที่ได้เป็น ส.ว.มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่
“จากประเด็นร้อน ‘ฮั้วสว.’... กรณี ส.ว.จากจังหวัดสตูล ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นกรณีศึกษา เพื่อชี้ให้เห็นรูปแบบ ความผิดปกติของการเลือก ส.ว.2567”
คำกล่าวข้างต้นสะท้อนความกังวลของสาธารณะและนักสังเกตการณ์ทางการเมืองต่อความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือก สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งหากมีหลักฐานบ่งชี้การทุจริตหรือการประสานคะแนนอย่างเป็นระบบ อาจนำไปสู่การสอบสวนและการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการดำเนินการของ กกต.
กรณีสตูลถูกยกเป็นตัวอย่างในวงกว้างส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการแต่งตั้ง ส.ว. ในระดับชาติ หากข้อสงสัยไม่ถูกตรวจสอบให้ชัดเจน ประชาชนอาจตั้งคำถามต่อความชอบธรรมของผู้นั่งในสภาสูงและต่อบทบาทของการสรรหาในภาพรวม
ขณะเดียวกัน ข้อมูลที่ปรากฏยังชี้ให้เห็นความจำเป็นของการตรวจสอบเส้นทางคะแนนอย่างเป็นระบบ ทั้งการวิเคราะห์เชิงสถิติของคะแนนในแต่ละรอบ การตรวจสอบแบบแผนการลงทะเบียนผู้มีสิทธิ์ลงคะแนน รวมถึงบทบาทของผู้ประสานงานท้องถิ่นในการเคลื่อนย้ายคะแนน
สำหรับคดีหรือการสืบสวนต่อไป แหล่งข่าวเสนอว่าสถาบันหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดของการลงคะแนนแต่ละรอบ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรมต่อทุกฝ่าย
ท้ายที่สุด กรณีนี้ยังเป็นตัวเตือนว่า กระบวนการสรรหาและการเลือกตั้งทุกระดับต้องมีมาตรการป้องกันการทุจริตที่เข้มแข็งและการตรวจสอบโดยผู้มีอำนาจอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความชอบธรรมของสถาบันทางการเมืองที่สำคัญต่อระบบประชาธิปไตย