ทีมค้นหาในจังหวัดสตูลยังคงปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องเพื่อตามหาตัว นายเจตนิพัทธ์ ช่วงชิต อายุ 18 ปี ผู้ป่วยจิตเวช ชาวหมู่ 9 ตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง ที่หายตัวไปตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 12 กันยายน และปัจจุบันเป็นวันที่ 4 ของการสูญหาย แต่ยังไม่พบร่องรอยยืนยันการพบตัว
เบาะแสใหม่ชี้ไปยังพื้นที่ "วังกลอย"
ในช่วงเช้าวันปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้รับข้อมูลจากเพื่อนของผู้สูญหายว่า ช่วงบ่ายของวันเกิดเหตุ นายเจตนิพัทธ์เคยชวนเพื่อนเดินทางไปบริเวณ วังกลอย ซึ่งห่างจากปากทางเข้าป่าประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นจุดที่ผู้สูญหายเคยไปตั้งแคมป์และตกปลามาแล้วหลายครั้ง ทำให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของการค้นหาในวันนี้
การแบ่งกำลังและวิธีปฏิบัติ
เจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกเป็น 3 เส้นทางหลักเพื่อสแกนพื้นที่อย่างเป็นระบบ โดยมีการผนึกกำลังระหว่างชาวบ้าน มูลนิธิกู้ภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อครอบคลุมบริเวณที่คาดว่าผู้สูญหายอาจเดินผ่านหรือพักอาศัยชั่วคราว
- ทีมขึ้นตามทางเขาหลัก
- ทีมลัดเลาะตามลำห้วยและคูน้ำ
- ทีมเดินตามเส้นทางที่นายพรานหรือชาวบ้านใช้เข้าป่า
| หน่วยงาน/กลุ่ม | บทบาท |
|---|---|
| ชาวบ้าน | ให้ข้อมูลจุดที่คาดว่าผู้สูญหายเคยไป และร่วมเดินค้นหา |
| มูลนิธิกู้ภัยร่มไทร | จัดทีมเดินเท้าและสแกนเพิงพัก/จุดหลบฝน |
| เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น | ประสานกำลังและขยายวงการค้นหา |
การค้นหาดำเนินไปหลายชั่วโมง โดยตรวจสอบเพิงพัก จุดหลบฝน และพื้นที่ที่มีลักษณะคล้ายที่พักชั่วคราว แต่ยังไม่พบสิ่งของหรือร่องรอยที่ยืนยันว่าเป็นของผู้สูญหาย
อุปสรรคจากลักษณะภูมิประเทศ
หนึ่งในอุปสรรคสำคัญคือสภาพพื้นที่ที่เป็น ป่ารกทึบและมีพื้นที่กว้าง ทำให้การเดินเท้าค้นหามีความยากลำบากและใช้เวลานาน อีกทั้งทีมค้นหาได้พบกับกลิ่นเหม็นอ่อน ๆ ในบางจุด แต่ไม่สามารถระบุทิศทางหรือแหล่งที่มาของกลิ่นได้ชัดเจน เนื่องจากสภาพลมและความหนาแน่นของป่า
หัวหน้าชุดกู้ภัยมูลนิธิร่มไทร ระบุว่าการค้นหาในวันดังกล่าวเป็นการค้นหาเชิงเป้าหมายไปยังพื้นที่ที่ได้รับข้อมูล แต่ยังไม่พบตัวผู้สูญหาย จึงต้องกลับมาวางแผนเพื่อขยายวงการค้นหาและหวังว่าจะมีหน่วยงานอื่นเข้ามาสมทบเพื่อเพิ่มกำลัง
ความกังวลของครอบครัวและชุมชน
บรรยากาศในหมู่บ้านมีความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะบิดาของผู้สูญหายที่ได้จุดธูปเทียนขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่ หวังว่าจะได้รับการช่วยเหลือและให้ลูกชายปลอดภัย ชาวบ้านยังร่วมให้กำลังใจและออกมาช่วยค้นหาด้วยความหวังว่าจะพบตัวโดยเร็ว
เหตุการณ์เช่นนี้สะท้อนความเปราะบางของผู้ป่วยจิตเวชในพื้นที่ชนบทที่มักเดินเข้าไปในป่าหรือพื้นที่ห่างไกล การเฝ้าระวังและการให้ความช่วยเหลือจากครอบครัว ชุมชน และระบบสาธารณสุขในระดับท้องถิ่นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ทิศทางการดำเนินงานต่อไป
ทีมค้นหาวางแผนจะขยายวงการค้นหาและประสานขอกำลังเสริมจากหลายหน่วยงาน เพื่อลดช่องว่างการค้นหาในพื้นที่ที่ยังไม่ได้ตรวจ โดยคาดหวังว่าจะได้เบาะแสเพิ่มเติมจากผู้ที่รู้จักพื้นที่หรือเคยเข้าไปยังจุดที่ผู้สูญหายเคยใช้เป็นแคมป์
เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ให้แจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพบเห็นหรือเบาะแสใด ๆ เพื่อเร่งให้การค้นหามีประสิทธิภาพและคืนความปลอดภัยให้ครอบครัวผู้สูญหาย หากพบข้อมูลที่เป็นประโยชน์สามารถประสานงานกับหน่วยกู้ภัยหรือผู้นำท้องถิ่นใกล้เคียง
ข่าวสารความคืบหน้าจะรายงานต่อไปเมื่อมีข้อมูลยืนยันเพิ่มเติม