เศรษฐกิจ ลุ่มน้ำปากพนัง นครศรีธรรมราช (66)

โครงการ "ปูขาว-นครศรีโมเดล" ฟื้นนากุ้งร้าง 44,000 ไร่ เพิ่มอัตรารอดปูจาก 20% เป็นกว่า 80%

บพท.หนุนงานวิจัย มทร.ศรีวิชัย ยกระดับการเลี้ยงปูขาวในลุ่มน้ำปากพนัง ใช้ชุดความรู้และเทคโนโลยีเหมาะสม ลดต้นทุน ฟื้นคุณภาพน้ำ-ดิน ตั้งเป้าเพิ่มรายได้เกษตรกรจากศูนย์สู่ระดับ 60,000 บาท

โครงการ "ปูขาว-นครศรีโมเดล" ฟื้นนากุ้งร้าง 44,000 ไร่ เพิ่มอัตรารอดปูจาก 20% เป็นกว่า 80%
©ภาพประกอบ วราภรณ์ บุญมี / we-news.com

ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสำคัญของประเทศ กำลังได้รับการฟื้นฟูผ่านโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับการเลี้ยงปูขาว ภายใต้ชื่อ “ปูขาว-นครศรีโมเดล” ที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) โดยมีเป้าหมายหลักในการนำพื้นที่นากุ้งร้างมาพัฒนาให้คืนสู่การผลิต

ปัญหาเดิม: นากุ้งร้าง-ผลผลิตต่ำ รายได้ไม่เพียงพอ

พื้นที่บ่อกุ้งร้างในพื้นที่มากกว่า 44,000 ไร่ สะท้อนผลกระทบจากโรคระบาด ต้นทุนการเลี้ยงสูง และภาระหนี้สินของเกษตรกร ส่งผลให้หลายรายทิ้งพื้นที่ทำกิน บางส่วนเปลี่ยนมาลองเลี้ยงปูขาวซึ่งมีความต้องการในประเทศสูง แต่การเลี้ยงแบบดั้งเดิมหรือที่เรียกว่า “นาเปิด” ยังมีปัญหาอัตรารอดของลูกปูต่ำ เพียงร้อยละ 20 ทำให้ผลผลิตไม่คุ้มทุนและไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

แนวทางโครงการและเป้าหมายเชิงปฏิบัติ

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย นำโดย ดร.กิตติชนม์ อุเทนะพันธุ์ พัฒนาระบบการผลิตและชุดความรู้ (Standard Operating Procedure : SOP) ที่มุ่งเพิ่มอัตราการรอดของลูกปูขาวจากระดับเดิมไปสู่กว่า 80% ด้วยหลักการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและทรัพยากรที่เกษตรกรมีอยู่เดิม โดยไม่ต้องลงทุนเม็ดเงินมากขึ้น

  • การพัฒนาลูกพันธุ์: อนุบาลลูกปูขนาด 0.5 เซนติเมตรให้ถึงขนาดตลาด 5 เซนติเมตร
  • การจัดการบ่อเลี้ยง: ป้องกันศัตรูปู กำหนดความหนาแน่นจัดการอาหาร และควบคุมคุณภาพน้ำ
  • การฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมในบ่อ: ใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงบำบัดของเสียจากอาหารสดและการเตรียมบ่อ

เหตุผลของแนวทาง: ไม่ใช่เทคโนโลยีแพง แต่เป็นการจัดการ

“ที่ผ่านมาเราไม่ได้เลี้ยงปู แต่ปล่อยให้ธรรมชาติเลี้ยงปู ผลลัพธ์ที่ได้จึงขึ้นอยู่กับดวงมากกว่าการจัดการ หัวใจของนวัตกรรมไม่ได้อยู่ที่การใช้เทคโนโลยีราคาแพง แต่อยู่ที่การจัดการ”

คำกล่าวนี้สะท้อนแนวคิดของทีมวิจัยที่เน้นการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นระบบ สามารถถ่ายทอดให้เกษตรกรใช้จริงได้ โดยอาศัยองค์ความรู้ที่ปรับใช้กับบริบทท้องถิ่น

ผลที่คาดหวังต่อเศรษฐกิจฐานราก

โครงการมีเป้าหมายไม่เพียงเพิ่มอัตรารอด แต่ยังมุ่งให้เกิดห่วงโซ่คุณค่า (value chain) บนฐานทรัพยากรท้องถิ่น เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนและยกระดับรายได้เกษตรกร โดยประเมินว่าหากระบบการเลี้ยงมีประสิทธิภาพและอัตรารอดขยับขึ้น จะช่วยให้ผู้เลี้ยงมีรายได้ที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยมีเป้าหมายการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรจากระดับที่แทบไม่มีรายได้ไปสู่ประมาณ 60,000 บาท ต่อหน่วย ซึ่งเป็นเป้าหมายด้านผลตอบแทนที่ชัดเจนของโครงการ

ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบความต้องการกับผลิตในประเทศ

รายการ ปริมาณ (ตัน/ปี)
ความต้องการในประเทศ 12,100
การผลิตของไทย 8,395

จากข้อมูลข้างต้น แสดงให้เห็นช่องว่างการผลิตที่ยังต้องพึ่งพานำเข้า หากการผลิตในพื้นที่สามารถเพิ่มขึ้น จะช่วยลดการนำเข้าและเพิ่มความมั่นคงของอุตสาหกรรมในประเทศ

ประเด็นที่ต้องติดตาม

การผลักดันโครงการสู่การปฏิบัติจริงจำเป็นต้องติดตามหลายมิติ ได้แก่ การฝึกอบรมเกษตรกรและการถ่ายทอดความรู้ การตรวจสอบคุณภาพของลูกพันธุ์และบ่อเลี้ยง การวัดผลการเพิ่มอัตรารอดในเชิงปฏิบัติ และการสร้างตลาดรองรับผลผลิตที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาหน้าที่ของหน่วยงานสนับสนุนด้านเงินทุนและการเข้าถึงตลาดภายในประเทศ

โครงการ ปูขาว-นครศรีโมเดล ถือเป็นแนวทางที่ผสานงานวิจัยกับบริบทท้องถิ่น เพื่อฟื้นฟูพื้นที่นากุ้งร้างและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ชุมชน การดำเนินการในช่วงถัดไปจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าระบบการจัดการที่เน้นความเรียบง่ายและเหมาะสมนี้ จะสามารถพลิกฟื้นพื้นที่และยกระดับรายได้เกษตรกรได้จริงหรือไม่

วราภรณ์ บุญมี
วราภรณ์ AI บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจ ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ วราภรณ์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

66นครศรีธรรมราช

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น นครศรีธรรมราช ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว