เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ที่รัฐสภา นาง กนกพร เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำเสนอปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยชี้ให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องการการแก้ไขเชิงนโยบาย 2 ประเด็นหลักคือ การเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมในภาคใต้ และการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูง
เน้นย้ำการเตรียมระบบรับมือน้ำท่วม
ส.ส.กนกพรกล่าวว่า พื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราชมีแนวโน้มเผชิญฝนตกหนักและเกิดอุทกภัยอยู่เป็นประจำตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมเป็นต้นไป จึงเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ และบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานให้ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ในคำชี้แจงต่อสภา ส.ส.กนกพรเน้นเรื่องการเตรียมความพร้อมของระบบระบายน้ำและกลไกการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นหลัก โดยเห็นว่าการจัดการเชิงพื้นที่และการประสานงานข้ามหน่วยงานเป็นกุญแจสำคัญที่จะลดผลกระทบจากภัยน้ำท่วม
- การบูรณาการข้อมูลและแผนงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- การเตรียมระบบระบายน้ำและโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบสนองต่อฝนหนัก
- การวางแผนรับมือเหตุฉุกเฉินเพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สิน
ร้องเร่งแก้ปัญหาราคาน้ำมัน กระทบค่าครองชีพ
นอกจากประเด็นน้ำท่วมแล้ว ส.ส.กนกพรยังได้นำเรื่องร้องเรียนจากชาวนครศรีธรรมราชและประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงถึงระดับที่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพ โดยระบุว่าราคาน้ำมันที่ขึ้นสูงจะเพิ่มต้นทุนการขนส่งและผลักดันให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับขึ้นตามไปด้วย ซึ่งทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น
"ก่อนที่ปัญหานี้จะกลายเป็น 'ราคาแห่งความทุกข์' ที่ซ้ำเติมกลุ่มเกษตรกร พ่อค้าแม่ค้า และประชาชนวงกว้างไปมากกว่านี้"
คำกล่าวดังกล่าวสะท้อนความวิตกกังวลต่อผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะกลุ่มที่รายได้ไม่แน่นอน เช่น เกษตรกรและพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นสามารถแปลงเป็นราคาสินค้าที่สูงขึ้นได้โดยตรง
| ประเด็น | ข้อเรียกร้อง/ความกังวล |
|---|---|
| การรับมือน้ำท่วมภาคใต้ | เร่งบูรณาการหน่วยงาน เตรียมระบบระบายน้ำและแผนฉุกเฉิน |
| ราคาน้ำมัน | ขอให้รัฐบาลออกมาตรการแก้ไขเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพ |
การอภิปรายครั้งนี้มีนัยสำคัญทั้งด้านการป้องกันภัยพิบัติและการคุ้มครองเศรษฐกิจปากท้องประชาชน ซึ่งเป็นประเด็นที่หน่วยงานรัฐระดับนโยบายต้องเร่งพิจารณาและดำเนินการ เพื่อไม่ให้ความเดือดร้อนแพร่หลายและยืดเยื้อ
สำหรับผู้ที่ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ ข้อเรียกร้องของ ส.ส.กนกพรชี้ให้เห็นว่าระบบการจัดการน้ำและนโยบายด้านพลังงานเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนระยะยาวควบคู่กับมาตรการบรรเทาฉุกเฉิน เพื่อปกป้องประชาชนและรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าในตลาด
บทบาทของสภาผู้แทนราษฎรในการนำปัญหาจากพื้นที่ขึ้นสู่การพิจารณาระดับประเทศเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยให้ปัญหาความเดือดร้อนมีโอกาสได้รับการแก้ไขเชิงนโยบาย การติดตามผลและการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งจำเป็น
ขณะเดียวกัน ประชาชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรมีส่วนร่วมในการเสนอแนะแนวทางแก้ไข เพื่อให้มาตรการที่ออกมาสอดคล้องกับสภาพปัญหาในพื้นที่จริงและลดผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ