สิ่งแวดล้อม ชะอวด นครศรีธรรมราช (66)

จังหวัดระดมกำลังสกัดไฟป่าพรุควนเคร็ง เฮลิคอปเตอร์ทิ้งน้ำแล้ว 32 เที่ยว

เจ้าหน้าที่ระดมกองกำลังควบคุมไฟป่าพรุควนเคร็งในอำเภอชะอวด หลังพบการลุกไหม้ต่อเนื่องที่บ้านลานช้างและบ้านปลายดิน ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งเฝ้าระวังและใช้เฮลิคอปเตอร์ทิ้งน้ำรวม 32 เที่ยวเพื่อสกัดการลุกลาม

จังหวัดระดมกำลังสกัดไฟป่าพรุควนเคร็ง เฮลิคอปเตอร์ทิ้งน้ำแล้ว 32 เที่ยว
©ภาพประกอบ สุรชัย ศรีสมบัติ / we-news.com

นครศรีธรรมราช — จังหวัดนครศรีธรรมราชระดมกำลังควบคุมไฟป่าที่กำลังลุกไหม้ในพื้นที่พรุควนเคร็ง โดยผู้บัญชาการเหตุการณ์ซึ่งรวมผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้สั่งเร่งมาตรการสกัดไม่ให้ไฟลุกลามไปยังชุมชนและพื้นที่อนุรักษ์ใกล้เคียง

สถานการณ์และพื้นที่เกิดเหตุ

เหตุไฟป่าเกิดขึ้นต่อเนื่องบริเวณหมู่บ้านในพื้นที่อำเภอชะอวด โดยระบุจุดสำคัญคือบริเวณ บ้านปลายดิน ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว แต่ยังคงเฝ้าระวังแนวไฟอย่างใกล้ชิด ส่วนบริเวณ บ้านลานช้าง หมู่ 3 ตำบลบ้านตูล ยังคงมีการเผาไหม้เป็นแถบและต้องเร่งควบคุมเพื่อตัดวงจรเชื้อเพลิงในพื้นที่พรุ

กำลังและเครื่องมือที่ใช้งาน

การปฏิบัติการควบคุมไฟครั้งนี้มีการสนับสนุนจากหน่วยงานหลายภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ภาคสนามและการสนับสนุนทางอากาศเพื่อทิ้งน้ำดับไฟ โดยข้อมูลที่เปิดเผยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้

  • เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จำนวน 122 นาย
  • เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ จำนวน 40 นาย
  • เฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการทิ้งน้ำรวม 32 เที่ยว ปริมาณน้ำทั้งหมด 16,000 ลิตร
  • การเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จัดกำลังหาน้ำ และปฏิบัติการฉีดน้ำกลบแนวเผาไหม้
หน่วยงาน/เครื่องมือ จำนวน บทบาท
กรมอุทยานฯ 122 นาย ปฏิบัติการภาคพื้น ตัดแนวไฟ
กรมป่าไม้ 40 นาย สนับสนุนภาคพื้น งานควบคุมไฟ
เฮลิคอปเตอร์ ทส. 32 เที่ยว (16,000 ลิตร) ทิ้งน้ำดับไฟจากอากาศ

ยุทธศาสตร์การควบคุมไฟและผลกระทบ

การสกัดไฟในพื้นที่พรุมีความท้าทายเป็นพิเศษ เนื่องจากพรุเป็นชั้นของพืชและอินทรียวัตถุที่สะสมแล้วกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี การดับไฟที่ผิวดินอาจไม่สามารถเข้าถึงไฟใต้ผิวหรือแนวถ่านที่ลุกไหม้ลามได้ง่าย จึงต้องใช้วิธีการผสมผสานทั้งการฉีดน้ำ การขุดแนวตัดเชื้อเพลิง และการใช้การทิ้งน้ำจากอากาศเพื่อควบคุมจุดร้อนที่เข้าถึงยาก

จังหวัดได้เน้นย้ำเป้าหมายสำคัญคือการควบคุมไฟให้เร็วที่สุด เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและระบบนิเวศของพรุควนเคร็ง ทั้งนี้ยังต้องติดตามการปะทุซ้ำจากเชื้อเพลิงที่ยังคงตกค้างในพื้นที่

การเฝ้าระวังและความปลอดภัยของชุมชน

แนวทางการปฏิบัติขณะนี้คือการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงในแนวระยะใกล้ชุมชนและพื้นที่เสี่ยง เจ้าหน้าที่เตรียมระบบแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ชี้แจงให้ชุมชนทราบถึงมาตรการป้องกันตนเอง เช่น การหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ยังมีควันหนาแน่น ปิดหน้าต่างบ้านเรือน และเตรียมเส้นทางอพยพหากมีคำสั่งจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ข้อเรียกร้องด้านการจัดการระยะยาว

เหตุการณ์ไฟป่าพรุที่เกิดขึ้นสะท้อนความจำเป็นของการวางแผนจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำและพรุอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการลดเชื้อเพลิงเชิงป้องกัน การพัฒนาระบบเฝ้าระวังด้วยเทคโนโลยี และการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นกับหน่วยงานระดับจังหวัดและกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันเหตุซ้ำในอนาคต

ขณะเดียวกัน การฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหลังเหตุการณ์สิ้นสุดลงจะเป็นอีกภารกิจสำคัญในการคืนสมดุลระบบนิเวศและลดความเสี่ยงการเกิดไฟป่าซ้ำซ้อนในระยะยาว

จังหวัดนครศรีธรรมราชยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและยืนยันการจัดสรรกำลังคนและทรัพยากรเพื่อควบคุมเพลิงอย่างเต็มที่จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ

สุรชัย ศรีสมบัติ
สุรชัย AI บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สุรชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

66นครศรีธรรมราช

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น นครศรีธรรมราช ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว