สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ ป่าพรุควนเคร็ง ของจังหวัดนครศรีธรรมราชคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงส่วนใหญ่ได้แล้ว แต่ยังคงตรึงกำลังทั้งหน่วยเดินเท้าและกำลังอากาศเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ
การระดมกำลังและการปฏิบัติการทางอากาศ
ภายหลังการสั่งการจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าทีกรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ และหน่วยงานในสังกัดได้ประสานงานกับจังหวัดนครศรีธรรมราช ระดมกำลังเข้าควบคุมเหตุฉุกเฉินทันที ผู้ว่าราชการจังหวัดนำทีมประชุมและขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจสภาพพื้นที่ทางอากาศ พบว่าแถบป่าพรุส่วนใหญ่เพลิงสงบและดับสนิท ส่วนพื้นที่ที่ยังมีควันเป็นลักษณะจุดไฟตกค้างภายในแนวดำซึ่งรอบด้านดับไปแล้ว
เจ้าหน้าที่รายงานการพบจุดปะทุใหม่ขนาดเล็ก 2 จุด ซึ่งชุดปฏิบัติการภาคพื้นดินเข้าไปดับเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันมีการสนธิกำลังเฮลิคอปเตอร์รวม 3 ลำ ทำภารกิจตักน้ำโปรยสกัดเพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามซ้ำ
- หน่วยที่ร่วมปฏิบัติ: กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรมฝนหลวงและการบินเกษตร, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
- ปฏิบัติการ: บินโปรยน้ำสกัดควัน-จุดหลงเหลือ และชุดเดินเท้าตรึงกำลังเคลียร์พื้นที่ทันทีเมื่อพบความผิดปกติ
- มาตรการเฝ้าระวัง: ติดตามตรวจสอบ 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ
ความสำคัญของป่าพรุควนเคร็ง
ป่าพรุควนเคร็งเป็นระบบนิเวศป่าพรุที่มีความสำคัญระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ มีเนื้อที่รวมกว่า 190,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แก่ เชียรใหญ่, เฉลิมพระเกียรติ, ร่อนพิบูลย์, ชะอวด และหัวไทร รวมทั้งบางส่วนที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ใกล้เคียง
การเกิดไฟป่าในป่าพรุมีผลกระทบทั้งทางนิเวศ น้ำ และชุมชน เพราะพื้นป่าพรุเก็บกักน้ำและเป็นแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ เมื่อถูกเผาจะทำให้ดินแห้งเสียสมดุลและฟื้นฟูได้ยาก ชุมชนที่พึ่งพิงทรัพยากรน้ำและเกษตรกรรมอาจได้รับผลกระทบจากคุณภาพน้ำและการลดลงของพื้นที่เก็บกักน้ำ
มาตรการเชิงระบบและคำสั่งจากผู้มีหน้าที่
จากการสั่งการของกระทรวงและการประสานงานของจังหวัด ได้มีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งปลัดจังหวัด นายอำเภอ กอ.รมน. กรมชลประทาน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อวางแนวทางรับมืออย่างบูรณาการ ทั้งการเฝ้าระวัง การดับไฟ และการฟื้นฟูพื้นที่หลังเหตุการณ์
| หัวข้อ | ข้อมูล |
|---|---|
| จำนวนเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ | 3 ลำ (กระทรวงทรัพยากรฯ 1, กรมฝนหลวง 1, ปภ. 1) |
| จุดปะทุใหม่ที่พบ | 2 จุด (ดับเรียบร้อย) |
| ขนาดป่าพรุ | กว่า 190,000 ไร่ |
ผลกระทบต่อชุมชนและแนวทางป้องกันในระยะต่อไป
แม้เพลิงส่วนใหญ่จะดับแล้ว แต่ทีมงานยังคงตรึงกำลังเพื่อสกัดไม่ให้เกิดการลุกลามซ้ำ เพราะจุดไฟตกค้างภายในแนวดำอาจปะทุขึ้นมาอีกได้ โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนหรือมีลมแรง ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเน้นทั้งการลาดตระเวน การเฝ้าระวังจากภาคพื้น และการสนับสนุนอากาศยานเพื่อสกัดจุดควันอย่างทันท่วงที
ในมิติการฟื้นฟูระยะยาว เจ้าหน้าที่จะต้องประเมินความเสียหายของระบบนิเวศพรุและวางแผนฟื้นฟู ทั้งการควบคุมน้ำและการฟื้นฟูพืชพรรณต้นน้ำ เพื่อให้ป่าพรุสามารถกลับมาทำหน้าที่เก็บกักน้ำและรักษาชีวิตความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างยั่งยืน
สำหรับประชาชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ขอให้ติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบกลุ่มควันหรือกลิ่นไฟ โปรดแจ้งสายด่วนของจังหวัดหรือหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทันที เพื่อให้การตอบโต้เป็นไปอย่างรวดเร็วและลดความเสี่ยงต่อชุมชน
สถานการณ์ป่าพรุควนเคร็งยังต้องการการติดตามอย่างต่อเนื่อง ทั้งการป้องกันไฟป่าและการเตรียมความพร้อมของชุมชน เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญและลดผลกระทบระยะยาวต่อระบบนิเวศและเศรษฐกิจท้องถิ่น