นครศรีธรรมราช — โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชออกแถลงการณ์และขอโทษต่อเหตุการณ์คลิปวิดีโอที่แพร่สะพัดในสังคมออนไลน์ แสดงให้เห็นแพทย์เฉพาะทางด้านประสาทศัลยศาสตร์ตำหนิการทำงานของพยาบาล หลังทีมงานไม่สามารถเรียกดูภาพเอกซเรย์ในระบบได้ ส่งผลให้ผู้ป่วยและญาติต้องรอคอยอยู่บริเวณหน้าห้องตรวจเป็นเวลานาน เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569
สาเหตุจากการย้ายข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์
เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569 แพทย์หญิงจิรวรรณ อารยะพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช พร้อมผู้บริหาร แถลงชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่า สาเหตุหลักของปัญหามาจากการย้ายข้อมูลภาพเอกซเรย์จาก Data Center เดิมไปยัง Data Center ใหม่ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 และเนื่องจากข้อมูลภาพเอกซเรย์มีรายละเอียดจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลาในการย้ายและประสานงาน ทำให้บางช่วงไม่สามารถเรียกดูภาพจากระบบใหม่ได้ทันที
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชี้แจงเพิ่มเติมว่า ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวกับการรักษา เช่น ประวัติการรักษาและผลตรวจจากห้องปฏิบัติการ ยังคงสามารถเรียกดูได้ตามปกติ และถ้าหากแพทย์ต้องการเข้าถึงภาพเอกซเรย์ย้อนหลังมากกว่า 6 ปี สามารถเรียกดูผ่านระบบ Data Center เดิมได้ จึงขอยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากระบบล่มโดยรวมของโรงพยาบาล
การพูดคุยภายในและคำขอโทษสาธารณะ
หลังเกิดเหตุ ทางผู้บริหารได้พูดคุยและทำความเข้าใจกับแพทย์ พยาบาล และบุคลากรที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับความเข้าใจและให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมทั้งมีการกำชับเรื่องการปฏิบัติหน้าที่และการให้บริการประชาชนอย่างเต็มที่และทั่วถึง
“ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันความตั้งใจของบุคลากรในการให้บริการประชาชนอย่างดีที่สุด”
คำขอโทษดังกล่าวเป็นการยอมรับผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้ป่วย ญาติ และสาธารณชน ขณะเดียวกันก็พยายามอธิบายเหตุผลเชิงเทคนิคที่เป็นสาเหตุของปัญหา
ผลกระทบเชิงสังคมและความสัมพันธ์ในโรงพยาบาล
เหตุการณ์คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ออกไปไม่ได้เป็นเพียงเรื่องปัญหาทางเทคนิคเท่านั้น แต่สะท้อนความตึงเครียดในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ภายใต้ความคาดหวังจากผู้ป่วยและญาติ การตำหนิที่ปรากฏต่อหน้างานอาจสร้างผลกระทบต่อขวัญกำลังใจและบรรยากาศการทำงาน หากไม่ได้รับการจัดการและปรับความเข้าใจอย่างเหมาะสม อาจมีผลต่อคุณภาพการสื่อสารระหว่างทีมรักษาและผู้ป่วยในระยะยาว
ในมุมมองของสังคม เหตุการณ์ลักษณะนี้ยังชวนตั้งคำถามถึงการบริหารจัดการระบบข้อมูลทางการแพทย์โดยหน่วยงานภาครัฐ ทั้งด้านการวางแผนการย้ายข้อมูลและมาตรการรองรับเมื่อเกิดปัญหา เพื่อไม่ให้กระทบต่อบริการผู้ป่วยและความปลอดภัยของข้อมูล
ข้อเท็จจริงและคำแนะนำสำหรับผู้ใช้บริการ
- เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569 ขณะผู้ป่วยรอรับบริการในห้องตรวจ
- โรงพยาบาลแถลงเมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569 โดยยืนยันว่าปัญหามาจากการย้ายข้อมูลภาพเอกซเรย์ระหว่าง Data Center
- ข้อมูลการรักษาและผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยังเรียกดูได้ตามปกติ
- ภาพเอกซเรย์ย้อนหลังมากกว่า 6 ปียังสามารถเข้าถึงได้ผ่านระบบ Data Center เดิม
สำหรับผู้ใช้บริการ หากต้องการความมั่นใจในการรับบริการ ควรสอบถามเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าถึงการเตรียมเอกสารหรือไฟล์ภาพเอกซเรย์ที่อาจต้องใช้ในวันนัด และหากพบปัญหาการเข้าถึงข้อมูล ควรแจ้งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเพื่อให้มีการประสานงานหรือเรียกดูข้อมูลจากระบบสำรองทันที
| วันที่ | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 8 กันยายน พ.ศ. 2569 | เกิดคลิปแพทย์ตำหนิพยาบาล ขณะไม่พบภาพเอกซเรย์ในระบบ |
| 9 กันยายน พ.ศ. 2569 | ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแถลงชี้แจงและขอโทษ ระบุสาเหตุจากการย้าย Data Center (เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2565) |
เหตุการณ์ครั้งนี้เน้นย้ำความจำเป็นในการบริหารจัดการข้อมูลทางการแพทย์อย่างเป็นระบบ ทั้งในแง่การวางแผนย้ายข้อมูล การมีระบบสำรอง และการสื่อสารภายในองค์กร เมื่อเกิดปัญหา เพื่อป้องกันผลกระทบต่อผู้รับบริการและรักษาความเชื่อมั่นของชุมชนต่อหน่วยบริการสาธารณสุข
ผู้บริหารโรงพยาบาลยืนยันจะติดตามการย้ายข้อมูลต่อไป พร้อมดูแลการประสานงานภายในหน่วยงาน เพื่อให้การให้บริการผู้ป่วยเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ซ้ำรอยเหตุการณ์ที่สร้างความไม่สบายใจต่อประชาชน