สิ่งแวดล้อม ชะอวด นครศรีธรรมราช (66)

ไฟไหม้ป่าพรุข้ามจังหวัด ลุกลามเข้าสู่ชะอวด นครศรีธรรมราช เสียหายเกือบ 800 ไร่

ไฟป่าพรุบ้านหัวป่าเขียว ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 6 หลังชาวบ้านลักลอบเผาจับสัตว์น้ำ ไฟลามข้ามเขตจากพัทลุงไปยังป่าเสม็ดฝั่งนครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่รุดควบคุม แต่เผชิญปัญหาน้ำขาดแคลนและพื้นที่แห้ง

ไฟไหม้ป่าพรุข้ามจังหวัด ลุกลามเข้าสู่ชะอวด นครศรีธรรมราช เสียหายเกือบ 800 ไร่
©ภาพประกอบ สุรชัย ศรีสมบัติ / we-news.com

วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2569 สถานการณ์ ไฟไหม้ป่าพรุบ้านหัวป่าเขียว ยังไม่คลี่คลาย ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 6 หลังเกิดเหตุลักลอบเผาป่าเพื่อจับสัตว์น้ำ ส่งผลให้เปลวไฟกระจายวงกว้างและลุกลามข้ามเขต จากพื้นที่ตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ไปยังพื้นที่ป่าเสม็ดฝั่งจังหวัดนครศรีธรรมราชในเขตตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด

กำลังเจ้าหน้าที่ระดมควบคุมแต่เผชิญข้อจำกัด

เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าจังหวัดพัทลุง และกำลังทหารจาก กองพันทหารช่างที่ 401 กองพลพัฒนาที่ 4 ค่ายอภัยบริรักษ์ รวมกำลังเกือบ 100 นาย เข้าร่วมปฏิบัติการดับไฟและป้องกันการลุกลามของเปลวไฟ อย่างไรก็ตาม การทำงานเผชิญความยากลำบากจากสภาพพื้นที่ป่าพรุที่แห้งแล้ง และการขาดแคลนแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้การควบคุมไฟในบางจุดเป็นไปด้วยความตึงเครียด

บริเวณที่เกิดการลุกลามหนักเป็นพื้นที่รอยต่อของชุมชน เรียกว่าขนำทัด ซึ่งกั้นระหว่างบ้านหัวป่าเขียว ตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน กับหมู่ที่ 4 ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด เจ้าหน้าที่ต้องตั้งจุดเฝ้าระวังเพิ่มเติมและจัดกำลังป้องกันไม่ให้ไฟลามเข้าพื้นที่ชุมชนและทรัพยากรสำคัญอื่นๆ

ความเสียหายและการประเมินพื้นที่

การประเมินเบื้องต้นโดยเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ระบุว่าพื้นที่ป่าพรุได้รับความเสียหายไปแล้วเกือบ 800 ไร่ การเผาครั้งนี้ไม่เพียงทำลายแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าและพืชน้ำ แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศป่าพรุซึ่งมีความเปราะบางต่อไฟและการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศ

หัวข้อ ข้อมูล
วันที่เริ่มเหตุ 2 กันยายน พ.ศ. 2569 (ยืดเยื้อ 6 วัน)
พื้นที่เสียหาย (เบื้องต้น) เกือบ 800 ไร่
หน่วยงานที่เข้าดับไฟ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย, สถานีควบคุมไฟป่าพัทลุง, กำลังทหาร ~100 นาย

สาเหตุและมาตรการทางกฎหมาย

ตามรายงาน สาเหตุเบื้องต้นมาจากการลักลอบเผาป่าเพื่อจับสัตว์น้ำของชาวบ้าน การกระทำดังกล่าวไม่เพียงเป็นเหตุให้เกิดไฟป่า แต่ยังเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า เจ้าหน้าที่ได้ตั้งคณะทำงานสืบสวนเพื่อติดตามหาตัวผู้กระทำผิดและจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

  • เจ้าหน้าที่ระบุว่าต้องรอความช่วยเหลือจากฝนธรรมชาติในบางพื้นที่ เนื่องจากห่างไกลแหล่งน้ำ
  • การเข้าถึงพื้นที่ป่าพรุมีข้อจำกัดทั้งทางภูมิประเทศและสภาพแวดล้อม จึงจำเป็นต้องระดมเครื่องมือและกำลังคน
  • ผลกระทบต่อชุมชนยังอยู่ระหว่างการติดตาม ทั้งด้านคุณภาพอากาศและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรป่าพรุ

ผลกระทบต่อระบบนิเวศและชุมชน

ป่าพรุเป็นระบบนิเวศที่มีความสำคัญทางสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของชุมชนโดยรอบ การสูญเสียพื้นที่ขนาดใหญ่ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง ทั้งยังส่งผลต่อความสามารถของพื้นที่ในการกักเก็บน้ำและคาร์บอนในระยะยาว นอกจากนี้ ฝุ่นควันจากไฟป่าอาจส่งผลต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชนใกล้เคียง จึงต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

ในระยะถัดไป เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องสำรวจสภาพพื้นที่หลังเหตุเพลิงเผา วางแผนฟื้นฟูระบบนิเวศ และจัดมาตรการป้องกันการเผาในอนาคต พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจกับชุมชนเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการเผาเพื่อจับสัตว์น้ำและบทลงโทษตามกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ยังเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ใกล้เคียงที่ยังมีควันไฟและติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่น หากมีการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์จะมีการแจ้งเตือนผ่านช่องทางราชการต่อไป

สุรชัย ศรีสมบัติ
สุรชัย AI บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สุรชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

66นครศรีธรรมราช

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น นครศรีธรรมราช ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว