สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศฉบับที่ 2/2569 แจ้งเตือนสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม–6 กันยายน พ.ศ.2569 โดยคาดการณ์ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2.0–4.8 เมตร ซึ่งอาจนำไปสู่การล้นตลิ่งและน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำในหลายจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวมถึงจังหวัดนครพนม
สาเหตุและปัจจัยเร่งให้ระดับน้ำเพิ่ม
ประกาศของ สทนช. ระบุว่า ปัจจัยหลักมาจากร่องมรสุมที่เลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย รวมทั้งการก่อตัวของพายุดีเปรสชั่นบริเวณตอนใต้ของประเทศจีน ขณะเดียวกันมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย ทำให้มีฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำโขง โดยเฉพาะบริเวณตอนบนของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)
อีกปัจจัยที่ สทนช. นำมาเป็นข้อพิจารณาคือปริมาณน้ำที่คาดว่าจะไหลผ่านเขื่อนไซยะบุรีในช่วงต้นเวลาเหตุการณ์ ประเมินไว้ประมาณ 18,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นปริมาณที่มากและส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วตามลำดับลงมาตามลำน้ำ
พื้นที่เปราะบางในจังหวัดนครพนมและริมแม่น้ำโขง
สทนช.ระบุว่า ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงตั้งแต่จังหวัดเชียงรายจนถึงจังหวัดอุบลราชธานี โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโขงที่เสี่ยงต่อน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วม ได้แก่จังหวัด หนองคาย, บึงกาฬ, นครพนม และ มุกดาหาร สำหรับจังหวัดนครพนม สทนช. แจ้งให้เจ้าหน้าที่และชุมชนริมฝั่งเตรียมความพร้อมในพื้นที่อำเภอที่เสี่ยง ได้แก่ บ้านแพง, ท่าอุเทน, เมืองนครพนม และ ธาตุพนม เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำท่วมขัง
การคาดการณ์ระดับน้ำของสถานีสำคัญ
จากการติดตาม สทนช. ให้ข้อมูลสถานีสำคัญที่มีแนวโน้มระดับน้ำสูงกว่าจุดวิกฤต ดังนี้
| สถานี | จังหวัด | ช่วงวันที่คาดการณ์ | ความสูงที่เกินกว่าระดับวิกฤต |
|---|---|---|---|
| สถานีหนองคาย (อ.เมือง) | หนองคาย | 2–4 กันยายน พ.ศ.2569 | 0.28 เมตร (คาดสูงสุดวันที่ 4 ก.ย.) |
| สถานีบึงกาฬ (อ.เมือง) | บึงกาฬ | 2–5 กันยายน พ.ศ.2569 | 1.22 เมตร (คาดสูงสุดวันที่ 5 ก.ย.) |
คำแนะนำการเตรียมความพร้อม
สทนช.เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ริมโขงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมมาตรการป้องกัน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำที่อาจถูกน้ำท่วมได้ง่าย ข้อปฏิบัติที่แนะนำได้แก่
- เตรียมเครื่องมือและวัสดุกันน้ำ เช่น ท่อน้ำ คันกั้นน้ำ กระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำ
- จัดทำแผนการอพยพฉุกเฉิน และเตรียมจุดพักพิงที่ปลอดภัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน
- ติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการและศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
- แจ้งเตือนชาวบ้านให้ย้ายทรัพย์สินมีค่าไปไว้ในที่สูงและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
ผลกระทบและแนวทางการรับมือระดับจังหวัด
สำหรับจังหวัดนครพนม ฐานข้อมูลของ สทนช. ชี้ให้เห็นว่าพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำซึ่งเป็นชุมชนเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมีความเสี่ยงต่อการถูกตัดขาดทางสัญจรและเกิดความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูก การเตรียมการช่วงก่อนเกิดเหตุจึงมีความสำคัญทั้งในเชิงการอำนวยความสะดวกด้านการอพยพและการป้องกันผลกระทบทางเศรษฐกิจ
สทนช.เน้นย้ำว่าการติดตามข้อมูลจากสถานีตรวจวัดระดับน้ำและการประสานงานระหว่างหน่วยงานท้องถิ่น หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหัวใจสำคัญของการลดความเสี่ยงและความเสียหาย
ประชาชนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงควรติดตามประกาศอย่างต่อเนื่อง และเตรียมรับมือด้วยการย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง รวมทั้งสำรองเสบียงน้ำดื่ม ยารักษาโรค และเอกสารสำคัญไว้ในกระเป๋าพร้อมออกจากพื้นที่ได้ทันทีหากมีคำสั่งอพยพจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง