ชาวบ้านจากหมู่ที่ 2 ตำบลนาโคก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยตัวแทนจากมูลนิธิบูรณะนิเวศ เดินทางมายังกระทรวงอุตสาหกรรมในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2569 เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานสารเคมีของบริษัท และการขอเพิ่มปริมาณวัตถุดิบรวมทั้งขยายการผลิตของโรงงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง
ข้อกังวลหลักของชุมชน
ชาวบ้านชี้ว่า พื้นที่ตำบลนาโคกเดิมมีอาชีพดั้งเดิมเป็นการทำนาเกลือ เลี้ยงสัตว์น้ำ และทำการเกษตรเมื่อท้องที่เริ่มมีโรงงานอุตสาหกรรมประเภทหลอมโลหะและโรงงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตั้งในบริเวณหมู่ที่ 2 ปัญหาด้านกลิ่น ควัน และสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการทำมาหากินเกิดขึ้นตามมา
ตัวแทนชาวบ้านระบุว่าช่วงก่อนหน้านี้มีการร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีการลงตรวจของเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม พบโรงงานบางแห่งเป็นต้นเหตุของมลพิษ รวมถึงการฝังกากของเสียอุตสาหกรรมในพื้นที่บางจุด แม้จะมีคำสั่งให้ปรับปรุงหรือสั่งปิดตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2541 แต่เมื่อได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดได้ สภาพมลพิษก็กลับมาเป็นปัญหาอีกครั้ง
การยื่นหนังสือและผู้รับหนังสือ
ในครั้งนี้ พูนศักดิ์ นิลเภตรา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 เป็นตัวแทนยื่นหนังสือจำนวน 2 ฉบับต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมอบให้แก่ธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และอาทิตย์ อิงคุทานนท์ ผู้อำนวยการกองตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมสำเนาเรียนถึงอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม
“ของเก่ายังไม่แก้ ของใหม่กำลังมา”
คำกล่าวนี้สะท้อนความกลัวของคนในชุมชนว่าการอนุญาตกิจการใหม่หรือการขยายวัตถุดิบจะย้ำให้ปัญหามลพิษที่ยังแก้ไม่เด็ดขาดกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้ง
ผลกระทบต่ออาชีพและสุขภาพ
ชาวบ้านระบุถึงผลกระทบโดยตรงต่อการประกอบอาชีพการเกษตรและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น ผลผลิตลดลง สุขภาพที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจระคายเคืองจากกลิ่นและควัน และความกังวลเรื่องกากอุตสาหกรรมที่อาจปนเปื้อนดินและแหล่งน้ำ ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลต่อความมั่นคงด้านรายได้ของคนในพื้นที่
สิ่งที่ชุมชนเรียกร้อง
- ให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมลงตรวจสอบสถานการณ์มลพิษในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและเปิดเผยผลการตรวจ
- ไม่อนุญาตให้มีการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบหรือการขยายกำลังการผลิตที่อาจเพิ่มภาระมลพิษโดยไม่ผ่านการประเมินผลกระทบอย่างเข้มงวด
- เร่งแก้ไขเรื่องกากอุตสาหกรรมที่ยังฝังค้างในพื้นที่ และกำหนดมาตรการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมชัดเจน
บทบาทของหน่วยงานภาครัฐ
ตัวแทนเจ้าหน้าที่จากกรมโรงงานอุตสาหกรรมและสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้รับหนังสือในวันดังกล่าว ซึ่งต่อจากนี้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบข้อเท็จจริง พิจารณาเอกสารการขออนุญาต และติดตามมาตรการควบคุมมลพิษตามกฎหมาย ทั้งนี้การดำเนินการต้องเป็นไปอย่างโปร่งใสและสามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่ชุมชนได้
สภาพแวดล้อมเชิงนโยบายและบริบทท้องถิ่น
พื้นที่ชายฝั่งและเขตชุมชนที่อยู่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรมมีความอ่อนไหวต่อมลพิษ ทั้งในมิติสุขภาพและการดำรงชีพ ประเด็นการออกใบอนุญาตหรือการขยายกิจการจึงไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวพันกับนโยบายการจัดการสิ่งแวดล้อม มาตรฐานการควบคุมโรงงาน และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจ
สิ่งที่ต้องติดตาม
ชุมชนรอคำตอบจากหน่วยงานรัฐว่าจะมีการสอบสวนและมาตรการใดเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อไป และผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากมีการฝ่าฝืนต้องมีการตรวจสอบและดำเนินคดีอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อไม่ให้ปัญหาซ้ำรอยในอนาคต
| ประเด็น | ผู้รับผิดชอบ/หน่วยงาน |
|---|---|
| การอนุญาตประกอบกิจการ | กรมโรงงานอุตสาหกรรม |
| การตรวจสอบมลพิษภาคสนาม | กรมโรงงานอุตสาหกรรม/อุตสาหกรรมจังหวัด |
| การร้องเรียนและติดตามผล | ชุมชนท้องถิ่น/มูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อม |
คดีนี้เป็นตัวอย่างความตึงเครียดระหว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตชุมชนในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งจะต้องได้รับการจัดการด้วยมาตรการที่ชัดเจน โปร่งใส และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ