บ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร — กระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมที่สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569 พร้อมเร่งรัดแผนจัดตั้ง ล้งชุมชน เพื่อรองรับผลผลิตที่คาดว่าจะทยอยออกสู่ตลาดมากขึ้นในช่วงปลายปี และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาพ่อค้ากลุ่มเดียว
ปัญหาและแนวทางแก้ไข
จากการลงพื้นที่ หน่วยงานพบว่า สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้วมีทำเลและพื้นที่สำหรับจัดตั้งล้งชุมชนได้ทันที แต่ยังขาดอุปกรณ์สำคัญในการแปรรูปและจัดการผลผลิต เช่น เครื่องควั่น เครื่องปอก ระบบสายพาน และอุปกรณ์สำหรับเก็บน้ำมะพร้าว กระทรวงพาณิชย์จึงจะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนด้านอุปกรณ์และการบริหารจัดการ เพื่อให้ล้งชุมชนสามารถรับซื้อ คัดแยก แปรรูป และส่งผลผลิตไปยังตลาดได้โดยตรง
การขยายตลาดและการกระจายความเสี่ยง
กรมการค้าภายในจะเป็นผู้ช่วยหาตลาดภายในประเทศและดูดซับผลผลิตขณะที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จะเร่งเปิดตลาดต่างประเทศใหม่ ๆ เนื่องจากปัจจุบันการส่งออกมะพร้าวพึ่งพาตลาดเดียวเป็นสัดส่วนมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ กระทรวงเห็นว่าจำเป็นต้องกระจายความเสี่ยง เพื่อไม่ให้เกษตรกรได้รับผลกระทบเมื่อมีการชะลอตัวของตลาดใดตลาดหนึ่ง
“ราคาปัจจุบันอยู่ในระดับที่พอรับได้ แม้ยังไม่ใช่ราคาที่ต้องการ แต่กระทรวงพาณิชย์จะพยายามดูแลไม่ให้ราคาปรับลดลงจากระดับดังกล่าว” — นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (กล่าวหลังการลงพื้นที่)
มาตรการเพิ่มมูลค่าและยกระดับมาตรฐาน
กระทรวงจะประสานกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อผลักดันการขึ้นทะเบียน GI สำหรับมะพร้าวบ้านแพ้ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้ชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกันจะร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิต เช่น การส่งเสริมมาตรฐาน GAP เพื่อให้ผลผลิตมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ของตลาดที่มีมาตรฐานสูงขึ้น
สภาพราคาปัจจุบันและความเสี่ยงเมื่อผลผลิตออกมาก
ปัจจุบันราคามะพร้าวน้ำหอมที่หน้าสวนอยู่ที่ประมาณ 8–9 บาทต่อลูก หากส่งเข้าสู่โรงงานราคาโดยรวมจะอยู่ที่ราว 11–12 บาทต่อลูก ขณะที่ช่วงที่มีผลผลิตล้นตลาดในปีที่ผ่านมา ราคาดิ่งลงเหลือเพียงประมาณ 2–3 บาทต่อลูก ทำให้กระทรวงเร่งมาตรการไม่ให้เกิดการปรับลดราคาซ้ำอีก
| รายการ | ตัวเลขจากการประเมิน |
|---|---|
| ราคาหน้าสวน (ปัจจุบัน) | 8–9 บาท/ลูก |
| ราคาส่งโรงงาน | 11–12 บาท/ลูก |
| ราคาต่ำสุดเมื่อผลผลิตล้นตลาด (ปีก่อน) | 2–3 บาท/ลูก |
| ปริมาณที่คาดว่าจะเข้าสู่ตลาดช่วงผลผลิตออกมาก | ประมาณ 400,000 กว่าลูก/วัน |
| ผลผลิตทั้งประเทศต่อปี | ประมาณ 445 ล้านลูก |
ผลกระทบต่อเกษตรกรและแนวทางปฏิบัติ
การตั้งล้งชุมชนมีผลต่อรายได้ของผู้ปลูกโดยตรง ทั้งการเพิ่มอำนาจต่อรอง ลดค่าใช้จ่ายจากการพึ่งพากลุ่มพ่อค้า และเปิดทางให้ผลผลิตเข้าสู่การแปรรูปหรือส่งออกได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของโครงการขึ้นกับการจัดหาอุปกรณ์ การเชื่อมโยงตลาด รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งให้สหกรณ์ในการบริหารจัดการ
- เกษตรกรควรเตรียมการด้านการเก็บรักษาและมาตรฐานการผลิตตามที่ภาครัฐส่งเสริม
- สหกรณ์ต้องวางระบบคัดแยกและบันทึกปริมาณอย่างเป็นระบบ
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งประสานตลาดทั้งในและต่างประเทศเพื่อรับซื้อผลผลิต
ด้านปริศนาการตลาด กระทรวงพาณิชย์ระบุว่าการกระจายช่องทางการขายและการเพิ่มมูลค่าผ่านมาตรฐานและเครื่องหมายเฉพาะถิ่นจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาระดับราคาที่เหมาะสมให้แก่เกษตรกรในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตจำนวนมากจะออกสู่ตลาดปลายปีนี้
สำหรับแผนปฏิบัติ กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างประเมินพื้นที่อื่นที่ขอรับการสนับสนุนอีกกว่า 12 แห่ง และเริ่มดำเนินการทดลองที่จังหวัดราชบุรีเป็นแห่งแรก เพื่อเป็นต้นแบบก่อนขยายแนวทางไปยังพื้นที่ที่มีศักยภาพต่อไป