วันที่ 11 กันยายน พ.ศ.2569 สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาครเปิดเผยการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาที่ใช้เอกสารปลอมในการหลอกลวงเจ้าของโรงงานรายหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมือง จ.สมุทรสาคร โดยตำรวจชุดสืบสวนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้รวม 6 คน ขณะเดินทางมาพบผู้เสียหายที่สำนักงานที่ดินเพื่อดำเนินการเรื่องขายฝากเพิ่มเติม
แผนหลอกชั้นสูง ใช้เอกสารราชการปลอมลวงโอนเงินครั้งแรก
จากการสอบสวนทราบว่าแก๊งคนร้ายอ้างเป็นทายาทและผู้จัดการมรดกของเจ้าของที่ดินแปลงติดกับโรงงานของผู้เสียหาย พร้อมนำเอกสารอันกล่าวอ้างว่ามาจากหน่วยงานราชการมาแสดงต่อเหยื่อ สิ่งที่ผู้ต้องหานำเสนอประกอบด้วยคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกและหนังสือรับรองคดี ซึ่งผู้เสียหายเชื่อถือและได้โอนเงินเป็นเช็คเงินสดจำนวน 15,800,000 บาท ให้กลุ่มคนร้ายไปก่อน
เหยื่อตรวจพบเอกสารผิดปกติ แจ้งความจนสืบสวนจับกุมได้
เมื่อผู้เสียหายทบทวนเอกสารและพบข้อพิรุธเกี่ยวกับความถูกต้องของเอกสารดังกล่าว จึงเดินทางไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนของ สภ.เมืองสมุทรสาคร เหตุการณ์นำมาสู่การสืบสวนสอบสวนของตำรวจ ซึ่งพบว่าแก๊งนี้ยังพยายามติดต่อผู้เสียหายอีกครั้ง โดยเสนอว่าจะนำโฉนดที่ดินอีก 2 แปลงมาทำสัญญาขายฝากเพื่อเรียกเงินเพิ่มอีก 10,000,000 บาท
ซุ่มจับคาที่สำนักงานที่ดิน ยึดหลักฐานสำคัญ
เมื่อทราบแผนการ พ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผู้กำกับการ สภ.เมืองสมุทรสาคร มอบหมายให้ พ.ต.ท.ปริญ ศรีภัทรกุลชัย รองผกก.สืบสวน นำกำลังชุดสืบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินประจำจังหวัดซุ่มรอที่สำนักงานที่ดินตั้งแต่เช้า พอผู้ต้องหามาถึงและเริ่มเจรจากับผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวควบคุมตัวได้ทันที
ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมมีทั้งสิ้น 6 ราย ระบุชื่อและบทบาทเบื้องต้นดังนี้
| ชื่อ | บทบาทตามการสืบสวน |
|---|---|
| นางวันดี | หัวหน้าแก๊ง |
| น.ส.กัญญาวีร์ | คนขับรถ |
| น.ส.ปาริฉัตร | แสดงตนเป็นเจ้าของที่ดิน (ตรวจสอบพบหมายจับคดีฉ้อโกงอยู่) |
| น.ส.ระพิน | ดูแลเอกสาร |
| นางจันทนา (นกต่อ) | ร่วมขบวนการ |
| นายยงยุทธ | จัดการด้านการเงินและแบ่งเงิน |
ของกลางที่ตรวจยึด
- โฉนดที่ดิน น.ส.4 จ. ปลอม จำนวน 2 ฉบับ
- หนังสือสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ท.ด.49) ปลอม จำนวน 4 ฉบับ
- หลักฐานเกี่ยวกับการติดต่อเจรจาและเอกสารทางการเงินบางส่วน
แจ้งข้อหาและขั้นตอนทางคดี
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้ง 6 คนว่า “ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารสิทธิซึ่งเป็นเอกสารราชการ” และ “ร่วมกันใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม” หลังการสอบสวนเพิ่มเติม ผู้ต้องหาจะถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผลกระทบเชิงสังคมและข้อเสนอแนะ
คดีนี้สะท้อนให้เห็นช่องโหว่ในการทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่ดินและการตกเป็นเหยื่อของผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไว้วางใจข้อมูลจากบุคคลภายนอก ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมักแนะนำให้ประชาชนตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารกับหน่วยงานราชการโดยตรง ก่อนโอนเงินหรือลงนามในสัญญาใดๆ
ผู้เสียหายในคดีนี้เป็นเจ้าของโรงงานวัย 69 ปี ซึ่งสูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ประชาชนที่มีความเกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนกรรมสิทธิ์หรือการทำสัญญาขายฝากควรใช้ความระมัดระวังและปรึกษาทนายความหรือเจ้าหน้าที่ที่ดินก่อนเสมอ
สภ.เมืองสมุทรสาครระบุว่าจะติดตามสืบสวนรอยต่อของขบวนการต่อไป เพื่อขยายผลหาผู้ที่ร่วมขบวนการเพิ่มเติมและหาทางนำทรัพย์สินที่ได้มาคืนแก่ผู้เสียหายตามกระบวนการยุติธรรม