วันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2569 เจ้าหน้าที่จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) เข้าตรวจค้นและยึดของกลางจากเครือข่ายลักลอบผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาแก้แพ้ชนิดน้ำหวานเข้มข้น ยี่ห้อ “ALLERGIN SYRUP” ที่เป็นของปลอม ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดใกล้เคียง
ตรวจค้น 4 จุด พบกระบวนการผลิตครบวงจร
การปฏิบัติการครั้งนี้ขยายผลจากการสืบสวนเกี่ยวกับการลักลอบขนส่งและจำหน่ายยาปลอม โดยเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นรวมทั้งสิ้น 4 จุด ประกอบด้วยโรงงานผลิต จุดบรรจุยาสำเร็จรูป และสถานที่เก็บบรรจุภัณฑ์ในพื้นที่ตำบลนาโคก อำเภอเมืองสมุทรสาคร และตำบลยกกระบัตร อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
จากการตรวจสอบ พบหลักฐานและเครื่องมือที่ชี้ชัดว่ามีการดำเนินงานตั้งแต่ขั้นตอนผสมวัตถุดิบ การต้ม การบรรจุ การติดฉลาก รวมถึงวัสดุสำหรับแพ็กสินค้า พร้อมสัญญาณการปลอมแปลงเครื่องหมายการค้าและเลขทะเบียนตำรับยาของบริษัทผู้ผลิตที่ได้รับอนุญาต
- พบผลิตภัณฑ์ยาสำเร็จรูปที่ระบุว่าเป็น “Allergin syrup Reg.No. 1A 271/62” จำนวนกว่า 37,000 ขวด
- ยึดวัสดุ อุปกรณ์ และชิ้นส่วนบรรจุภัณฑ์หลากชนิด เช่น ขวดพลาสติกสีชา ฝาเกลียว สติ๊กเกอร์ฉลาก เครื่องบรรจุ และเครื่องติดฉลาก
- ตรวจพบถังผสม สารละลายสีแดงและสีใสที่มีกลิ่นราสเบอร์รี่ รวมทั้งน้ำเชื่อมและสีผสมอาหาร
ปริมาณของกลางและมูลค่าความเสียหาย
เจ้าหน้าที่ระบุจำนวนรวมของกลางที่ตรวจยึดได้มากกว่า 1.4 ล้านชิ้น ขณะที่การประเมินความเสียหายจากข้อมูลของฝ่ายสืบสวนและผู้ได้รับผลกระทบเบื้องต้น อยู่ในระดับราวกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงมูลค่าของผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์และสต็อกสำเร็จรูปที่อาจถูกกระจายออกไปยังตลาดทั่วประเทศ
| รายการ | จำนวน/รายละเอียด |
|---|---|
| ยาสำเร็จรูป (Allergin syrup) | กว่า 37,000 ขวด |
| ของกลางรวม | มากกว่า 1.4 ล้านชิ้น |
| ถังผสมและวัสดุ | ถังผสมหลายสิบถึงหลายร้อยถัง, หม้อต้ม, เครื่องจักรบรรจุ |
| มูลค่าความเสียหาย (ประเมิน) | กว่า 100 ล้านบาท |
การจับกุมและผู้เกี่ยวข้อง
ระหว่างการตรวจค้นพบคนงานภายในจุดผลิตหลายราย ในจุดแรกเป็นโรงงานขนาดใหญ่พบคนงานจำนวน 9 คน กำลังปฏิบัติงานด้านการบรรจุยาลงขวด ขณะที่การตรวจสอบจุดที่สองพบเป็นโกดังใช้ผสมวัตถุดิบและเตรียมการบรรจุ มีหม้อต้มประมาณ 10 ใบ และถังบรรจุวัตถุดิบหลายร้อยถัง เจ้าหน้าที่พบรถกระบะตู้ทึบสีขาวต้องสงสัยใช้ขนส่งวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ โดยจับกุมชายสัญชาติเมียนมา 2 คน อายุ 32 ปี และ 24 ปี ผู้ให้การว่าเป็นผู้รับจ้างขับรถ
จากการสืบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการทำงานในลักษณะเครือข่ายมีการทำงานครบวงจร ตั้งแต่การผลิตจนถึงการจัดส่งจำหน่ายต่อไปยังตลาดภายในประเทศ และคาดว่าอาจดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 1–2 ปี
ผลกระทบต่อสาธารณสุขและแนวทางต่อไป
การผลิตยาโดยไม่ได้มาตรฐานและการปลอมแปลงเลขทะเบียนตำรับยาเป็นความเสี่ยงต่อผู้บริโภค ทั้งด้านคุณภาพ สารออกฤทธิ์ที่ไม่ชัดเจน และความปลอดภัยในการใช้ โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดทางกฎหมายที่มีผลต่อระบบการคุ้มครองผู้บริโภค
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีขยายผลหาแหล่งกำกับดูแลทางการเงินและผู้ลงทุนเบื้องหลังเครือข่ายดังกล่าว รวมถึงติดตามผู้ร่วมขบวนการรายอื่นที่ยังหลบหนี และประสานบริษัทผู้เสียหายเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของผลิตภัณฑ์ที่อาจหลุดสู่ตลาด
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนถึงความจำเป็นในการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานยาในพื้นที่ ช่วยป้องกันไม่ให้สินค้าที่ไม่ปลอดภัยเข้าถึงผู้บริโภค และเน้นย้ำการบูรณาการระหว่างหน่วยงานด้านสาธารณสุขและฝ่ายตำรวจเพื่อคุ้มครองประชาชน