เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2569 หน่วยงานท้องถิ่นในอำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีมีรถบรรทุกนำยางรถยนต์เก่าและวัสดุจากกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรมไม่ทราบชนิดมาวางกองรวมกันในเขต หมู่ 2 บ้านท่าอุดม ตำบลบ้านทาม เจ้าหน้าที่พบทั้งกองยางเก่า เศษขอบยาง และวัสดุบางส่วนแสดงร่องรอยการถูกไฟเผา
การตรวจค้นและการประสานหน่วยงาน
การตรวจสอบนำโดย นางสาวจุฑามาศ บัวเผื่อน นายอำเภอศรีมหาโพธิ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเข้าตรวจบริเวณพื้นที่ซึ่งมีการล้อมรั้วและกำลังก่อสร้างอาคารลักษณะคล้ายโกดัง ขณะที่เอกสารการใช้ประโยชน์ที่ดินระบุว่าเดิมขออนุญาตก่อสร้างเพื่อที่พักอาศัย แต่ยังไม่แล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่จึงกำลังตรวจสอบกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครองพื้นที่อย่างละเอียด
ข้อสังเกตเบื้องต้นและแหล่งที่มาที่เป็นไปได้
จากการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสว่า กากอุตสาหกรรม ดังกล่าวอาจถูกขนมาจากอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี โดยมีจุดหมายปลายทางเป็นโรงงานหลอมในพื้นที่ใกล้เคียง แต่เนื่องจากโรงงานดังกล่าวอาจไม่สามารถรับของได้ หรือพื้นที่เก็บของเต็ม จึงมีการนำมาพักกองไว้ภายในแปลงที่กำลังก่อสร้างดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าจะต้องตรวจสอบเอกสารการขนย้ายและการอนุญาตให้ถูกต้องก่อนดำเนินการต่อไป
การดำเนินคดีและมาตรการที่กำลังทำ
นางสาวจุฑามาศรายงานว่าได้แจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนที่ สถานีตำรวจภูธรศรีมหาโพธิ และได้ประสานสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีให้เข้าไปตรวจสอบชนิดของกากอุตสาหกรรมและที่มาของวัสดุตามกฎหมาย หากตรวจพบว่าเป็นวัตถุอันตรายหรือการขนย้ายมิชอบด้วยกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะพิจารณาแจ้งข้อหาตามกฎหมายเพิ่มเติม และสั่งให้ขนกลับไปยังแหล่งต้นทาง
- สถานที่เกิดเหตุ: หมู่ 2 บ้านท่าอุดม ตำบลบ้านทาม อ. ศรีมหาโพธิ จ. ปราจีนบุรี
- สิ่งของที่พบ: ยางรถยนต์เก่า, เศษยาง, ขอบยาง และกากอุตสาหกรรมชิ้นเล็ก
- เบื้องต้นมีร่องรอยการเผาในบางส่วนของกองวัสดุ
"ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่ากากดังกล่าวคืออะไร มาจากแหล่งใด และได้รับอนุญาตให้ขนย้ายและนำมากองไว้ในพื้นที่หรือไม่" — นางสาวจุฑามาศ บัวเผื่อน, นายอำเภอศรีมหาโพธิ
ผลกระทบต่อชุมชนและแนวทางติดตาม
การกองวัสดุประเภทยางและเศษอุตสาหกรรมในพื้นที่ที่มีลักษณะกักเก็บชั่วคราว อาจส่งผลทั้งในด้านมลพิษทางอากาศจากการเผา การรั่วซึมของสารที่เป็นอันตรายสู่ดินและน้ำใต้ดิน และความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง ซึ่งเป็นเหตุผลให้หน่วยงานท้องถิ่นและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดต้องเร่งตรวจพิสูจน์ชนิดของกากและติดตามเอกสารการขนย้ายอย่างละเอียด
ภายในระยะอันใกล้ คาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการดังนี้:
| การตรวจสอบ | เป้าหมาย |
|---|---|
| ตรวจพิสูจน์ชนิดกากอุตสาหกรรม | ยืนยันว่ามีสารอันตรายหรือไม่ |
| ตรวจสอบเอกสารการขนย้าย | ยืนยันความถูกต้องของผู้ขนย้ายและแหล่งต้นทาง |
| ดำเนินคดีตามกฎหมาย | ฟ้องร้องหากมีการฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการของเสีย |
การติดตามคดีนี้จึงมีความสำคัญต่อความปลอดภัยของชุมชนในเขตอำเภอศรีมหาโพธิและพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดปราจีนบุรี ทั้งในแง่การบังคับใช้กฎหมายและการป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นหากไม่สามารถควบคุมการจัดการกากอุตสาหกรรมดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม