เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2569 ที่รัฐสภา กลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เรียกตัวเองว่า “ครม.เงา” เสนอมาตรการเร่งด่วน 3 ข้อเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัดปราจีนบุรี โดยชี้ว่าปัญหาเรื่องทุนเทา โรงงานผิดกฎหมาย และการทิ้งขยะสารพิษ ยังไม่ได้รับการเยียวยาอย่างเป็นระบบและส่งผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่
ภาพรวมการลงพื้นที่และข้อกังวล
ผู้นำฝ่ายค้านที่ร่วมแถลงเป็นผู้สรุปภาพรวมการลงพื้นที่ว่า สถานการณ์ไม่เพียงไม่ดีขึ้นแต่มีแนวโน้มเลวร้ายลง โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลท่าตูม ซึ่งมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการปล่อยน้ำเสียและกลิ่นอันรุนแรงจากแหล่งประกอบการใกล้ชุมชน
ผู้ลงพื้นที่ระบุว่า กลิ่นมีลักษณะที่หลากหลาย ทั้งกลิ่นเน่า กลิ่นเหม็นเปรี้ยวของขยะ กลิ่นเน่าเสียจากไม้ และกลิ่นแอลกอฮอล์จนหน้ากากอนามัยชนิด N95 ยังกรองไม่อยู่ ตลอดจนการเปลี่ยนทิศทางของลมทำให้กลิ่นเปลี่ยนไป ส่งผลให้ความเดือดร้อนเกิดขึ้นซ้ำซ้อน
ปัญหาเชิงโครงสร้าง: นิยามทุนเทาและความไม่เท่าเทียมของกฎระเบียบ
การแถลงชี้ว่าในพื้นที่ที่พบปัญหามีโรงงานแห่งหนึ่งของคนไทย และอีกสี่แห่งเป็นโรงงานของทุนต่างชาติ ส่งผลให้เกิดข้อสังเกตว่าทุนขนาดใหญ่อาจมีอิทธิพลทำให้การบังคับใช้กฎหมายภายนอกนิคมอุตสาหกรรมไม่เป็นไปอย่างจริงจัง
ความแตกต่างที่ชัดเจนตามการสังเกตคือ โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอยู่ภายใต้กฎระเบียบและมีเจ้าหน้าที่ดูแล ทำให้ปัญหาสามารถจัดการได้ ในขณะที่โรงงานที่ตั้งอยู่นอกนิคมไม่มีองค์กรกำกับดูแลอย่างเข้มงวด จึงเกิดช่องว่างทางการบังคับใช้กฎหมายและการรับผิดชอบต่อชุมชน
ความเสี่ยงจากการทิ้งขยะและพื้นที่รองรับการกระทำผิด
ผู้ที่ลงพื้นที่ระบุถึงลักษณะภูมิประเทศในบางบริเวณของปราจีนบุรีที่มีการขุดหน้าดินขายจนเกิดหลุมลึก บริเวณดังกล่าวกลายเป็นจุดทิ้งขยะที่ตรวจสอบได้ยาก และทำให้ขยะอันตรายซึมลงสู่ชั้นใต้ดิน ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมและสิ่งแวดล้อมโดยรวม
ข้อเสนอ 3 ประการของ ครม.เงา
- ให้รัฐบาลแสดงความกล้าหาญ โดยเซ็นหนังสือเปิดช่องให้หน่วยงานราชการใช้อำนาจหน้าที่จัดการปัญหาอย่างจริงจัง
- เร่งตรวจสอบและปิดโรงงานเถื่อน ที่ตั้งอยู่นอกนิคมอุตสาหกรรมซึ่งละเมิดกฎระเบียบและสร้างความเสี่ยงต่อชุมชน
- ยกระดับการตรวจสอบการทิ้งกากอุตสาหกรรม และมาตรการป้องกันการทิ้งขยะสารพิษในพื้นที่เกษตรกรรมและแหล่งน้ำ
ความปลอดภัยของผู้ร้องเรียนและการบังคับใช้กฎหมาย
ระหว่างการแถลงมีการตั้งข้อสังเกตถึงการข่มขู่ผู้ที่ยื่นเรื่องร้องเรียน ซึ่งอาจนำไปสู่การคุกคามอย่างการขู่ฆ่า หรือการอุ้ม ซึ่งสร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของชาวบ้านที่กล้าร้องเรียน เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ระบุว่าพยายามตรวจสอบและกั้นรถ แต่สภาพพื้นที่ขนาดใหญ่และการกระทำที่เกิดขึ้นในยามค่ำคืนยังเป็นอุปสรรคต่อการเฝ้าระวัง
ตัดตอนข้อมูลเชิงเทคนิคและการเรียกร้องต่อหน่วยงานรัฐ
คำแถลงจากครม.เงาเน้นย้ำว่าการแก้ปัญหาต้องอาศัยการดำเนินการจากส่วนราชการที่มีอำนาจ ซึ่งจำเป็นต้องมีเอกสารและคำสั่งจากผู้บริหารระดับสูงเพื่อขจัดอุปสรรคทางกฎหมายและข้ามอิทธิพลของทุนที่อาจปฏิเสธการตรวจสอบ
"ปราจีนบุรีทั้งจังหวัดใครแหลมขึ้นมาใครร้องเรียนใครมีปัญหา อาจจะถูกขู่ฆ่าหรือถูกอุ้มไปทิ้งก็ได้"
| ประเด็น | สถานะตามการสังเกต |
|---|---|
| การทิ้งกากอุตสาหกรรม | มีการร้องเรียนและพบผลกระทบต่อรอบชุมชน |
| โรงงานนอกนิคม | ขาดการกำกับดูแลเข้มงวด |
| ความปลอดภัยของผู้ร้องเรียน | มีข้อกล่าวหาเรื่องการข่มขู่และการคุกคาม |
การแถลงของ ครม.เงา ครั้งนี้เป็นการชี้ให้เห็นช่องว่างการบังคับใช้กฎหมายและการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในพื้นที่ปราจีนบุรี ซึ่งหากหน่วยงานรัฐไม่ตอบสนองด้วยมาตรการเชิงรุก อาจส่งผลให้ปัญหาลุกลามและกระทบต่อสุขภาพของชุมชนในระยะยาว
คำถามที่เหลือคือรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะตอบรับข้อเสนอ 3 ประการดังกล่าวอย่างไร และจะมีมาตรการใดที่จะสร้างความไว้วางใจให้ชาวบ้านกล้าที่จะร้องเรียนโดยไม่ต้องเสี่ยงต่อความปลอดภัยของตนเอง