ปราจีนบุรี — กรณีเหตุคราบสีรุ้งลอยปนเปื้อนน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ล่าสุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งควบคุมสถานการณ์โดยการสั่งปิดสถานประกอบการบางแห่งและติดตั้งเครื่องมือเพื่อจำกัดการแพร่กระจายของคราบน้ำมัน
มาตรการภาครัฐและการสั่งปิดโรงงาน
กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ได้ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ออกคำสั่งตามมาตรา 37 ให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องดำเนินการปรับปรุงและปิดหลุมฝังกลบกากอุตสาหกรรมภายในโรงงาน เพื่อป้องกันการชะล้างของเสียไหลลงสู่แหล่งน้ำ และได้ออกคำสั่งตามมาตรา 39 ให้หยุดประกอบกิจการโรงงานบางแห่งเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ดำเนินการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย นำวัตถุดิบและกากของเสียไปเก็บในอาคาร และจัดหาวิศวกรตรวจสอบความมั่นคงของคันดินและอาคารโรงงาน
ข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า ขณะนี้มีโรงงานถูกสั่งปิดแล้วประมาณ 3 แห่ง และจะมีการสั่งปิดเพิ่มเติมตามผลตรวจสอบ ทั้งนี้มีการย้ำว่าการใช้มาตรา 37 เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนหากผู้ประกอบการไม่ปรับปรุงจึงจะพิจารณาใช้มาตรา 39 เพื่อการสั่งปิดทันที
การตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำและการตอบคำถามสาธารณะ
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นโดยกรมควบคุมมลพิษและกรมโรงงานอุตสาหกรรม พบว่า สารโลหะหนักที่ประชาชนเป็นห่วงมีการตรวจพบเจือปนในบางจุด แต่ปริมาณโดยรวมค่อนข้างต่ำและยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าแหล่งกำเนิดมาจากโรงงานใดแห่งใดแห่งหนึ่ง ขณะที่องค์ประกอบที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนคือส่วนที่เป็นองค์ประกอบของน้ำมัน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อระดับน้ำลดลง
เจ้าหน้าที่จึงเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการสูดดมหรือสัมผัสกับน้ำที่ปนเปื้อน และหากมีการสัมผัสให้รีบชำระล้างทันทีเพื่อความปลอดภัยในระยะสั้นและระยะยาว
การติดตั้งทุ่นกักคราบน้ำมันและการตรวจเก็บตัวอย่าง
เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของคราบสีรุ้งที่มีลักษณะคล้ายน้ำมัน กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ติดตั้ง ทุ่นกักคราบน้ำมัน (Oil Boom) ในพื้นที่น้ำท่วมขังจุดต่างๆ รอบโรงงานและพื้นที่เกษตรกรรม โดยตรวจพบค่าสารกลุ่มน้ำมันและไขมัน (FOG) รวมถึงไฮโดรคาร์บอนในปริมาณสูงบริเวณทุ่นกักที่ติดตั้งไว้ ซึ่งชี้ว่าทุ่นสามารถชะลอและกักเก็บคราบได้ในเบื้องต้น แต่ยังต้องมีการตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อติดตามแนวโน้มการปนเปื้อน
- การติดตั้งทุ่นกักคราบน้ำมันเพื่อจำกัดการแพร่กระจาย
- คำสั่งปิดโรงงานตามมาตรา 37 และ 39 เป็นมาตรการบังคับใช้
- การเก็บตัวอย่างน้ำในจุดเสี่ยงทั้งในแปลงเกษตร หน้าโรงงาน และบ่อน้ำชะกาก
การเอาผิดและแนวทางปรับปรุงกฎหมาย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า จะดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายทั้งต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม มาตรการทางกฎหมายปัจจุบันมีอายุพอสมควรและบทลงโทษอาจไม่เข้มงวดเพียงพอ จึงมีการพิจารณาแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มบทลงโทษและให้การทิ้งกากอุตสาหกรรมเป็นความผิดทางการเงินที่สามารถนำไปสู่การยึดทรัพย์ของผู้ประกอบการได้ หากมีการพิสูจน์ความผิดชัดเจน
“อันนี้ผมไม่สน ว่าจะเป็นนอมินีหรือนามสกุลใดก็แล้วแต่ แต่หากไปตรวจสอบแล้ว... ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายถึงที่สุด”
การบูรณาการหน่วยงานและขั้นตอนต่อไป
ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการสำรวจและแก้ไขปัญหา ทั้งการเก็บตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์เพิ่มเติม การสั่งให้โรงงานทำแผนฟื้นฟู และการติดตามการปฏิบัติตามคำสั่งปิด
| ประเด็น | หน่วยงาน/มาตรการ |
|---|---|
| การสกัดคราบน้ำมัน | ติดตั้งทุ่นกักคราบน้ำมัน (กรมโรงงานอุตสาหกรรม) |
| คำสั่งปิด-ปรับปรุง | มาตรา 37/39 (สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด/กรมโรงงาน) |
| การตรวจคุณภาพน้ำ | กรมควบคุมมลพิษ/กรมโรงงาน ตรวจเก็บตัวอย่าง |
ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สามารถติดตามประกาศจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับคำแนะนำด้านสุขภาพและแนวทางการเยียวยา ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังคงต้องทำการตรวจสอบเชิงลึกเพื่อติดตามปริมาณสารปนเปื้อนในดิน น้ำ และผลกระทบต่อการเกษตรและอาชีพของชุมชนต่อไป