เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานประกอบกิจการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ตั้งขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตในจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งจากการสำรวจครั้งนี้มีทั้งปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน การตั้งโรงงานโดยไม่มีใบอนุญาต และข้อสงสัยด้านการถือหุ้นของบุคคลต่างชาติ ทำให้ผู้บริหารกระทรวงระบุถึงความจำเป็นในการดำเนินการอย่างเร่งด่วนในหลายมิติ
สภาพปัญหาและการประสานข้ามหน่วยงาน
ผลการตรวจสอบชี้ว่า ปัญหาที่พบมิได้เป็นเพียงเรื่องการก่อสร้างโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงเรื่องการจัดการของเสีย การบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน และประเด็นด้านโครงสร้างการถือหุ้นซึ่งอาจเกี่ยวพันถึงการใช้บุคคลสัญชาติอื่นถือครองเอกสารประจำตัวประชาชน สร้างข้อสงสัยเรื่องเส้นทางการเงินและผลประโยชน์ที่แฝงอยู่เบื้องหลัง
รัฐมนตรีฯ ได้หารือร่วมกับหน่วยงานระดับสูงทั้งนายกรัฐมนตรี, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงแต่งตั้งให้มีการประสานงานกับกระทรวงการคลัง, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อวินิจฉัยมิติด้านการเงินและการยึดทรัพย์หากพบการกระทำผิด
"การลงพื้นที่เป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจ และจำเป็นต้องเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง"
แนวทางการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการระยะสั้น
จากการหารือมีการกำหนดแนวทางการทำงานแบบบูรณาการ ได้แก่ การตรวจสอบโรงงานที่มีใบอนุญาตและโรงงานที่ไม่มีใบอนุญาตในพื้นที่ รวมถึงการสืบสวนเส้นทางการเงินของผู้ถือหุ้น และการร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อควบคุมการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม
- ให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเร่งลงพื้นที่สำรวจโรงงานประเภท 105 และ 106 ทั้งที่ได้รับอนุญาตและไม่ได้รับอนุญาต
- ประสานข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ฝ่ายปกครอง และตำรวจ ในการดำเนินคดีและยึดทรัพย์
- มอบหมาย ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อเตรียมการยึดทรัพย์หากพบการฟอกเงินหรือถือหุ้นแทน
- พิจารณาแก้ไขกฎหมายการนำเข้า โดยเฉพาะเศษพลาสติก เพื่อป้องกันปัญหาขยะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
การแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างหน่วยงาน
จากกรณีที่ตรวจพบมีประเด็นหลากหลาย กระทรวงต่าง ๆ จะต้องรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่ ดังนี้
| หน่วยงาน | หน้าที่/ขอบเขตความรับผิดชอบ |
|---|---|
| กระทรวงทรัพยากรฯ | ตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม |
| กระทรวงอุตสาหกรรม | ตรวจสอบการอนุญาตก่อสร้างและการประกอบกิจการโรงงาน |
| กระทรวงมหาดไทย | ตรวจสอบการถือครองบัตรประชาชนและประเด็นนอมินีในเชิงทะเบียนราษฎร์ |
| ปปง. / ดีเอสไอ | สืบสวนเส้นทางการเงินและพิจารณาดำเนินคดีหรือยึดทรัพย์ |
จำนวนโรงงานเป้าหมายและผลกระทบเชิงพื้นที่
รัฐมนตรีฯ ระบุว่าปัจจุบันมีโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตประเภท 105 และ 106 รวมกันประมาณ 3,000 แห่ง ทั่วประเทศ จึงได้สั่งการให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทุกแห่งเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยย้ำว่าการกำจัดโรงงานเถื่อนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชนในพื้นที่ที่ต้องเป็นหูเป็นตาเพื่อแจ้งเบาะแส
ข้อสังเกตและความจำเป็นในการแก้กฎหมายการนำเข้า
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกคือการควบคุมการนำเข้าเศษพลาสติกและวัสดุเหลือใช้จากต่างประเทศ หากมาตรการการนำเข้าไม่เข้มงวดเพียงพอ อาจทำให้เกิดการลักลอบตั้งโรงงานรีไซเคิลที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายและก่อมลพิษต่อชุมชนได้
การตรวจสอบในจังหวัดปราจีนบุรีครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการปิดโรงงานเฉพาะจุด แต่เป็นสัญญาณให้หน่วยงานรัฐปรับแนวทางการเฝ้าระวัง กำกับดูแล และบังคับใช้กฎหมายในมิติที่หลากหลาย ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การอนุญาตประกอบกิจการ และการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อป้องกันมิให้ปัญหาแพร่ขยายไปยังภูมิภาคอื่น
ในขั้นต่อไป เจ้าหน้าที่จะต้องเร่งเก็บหลักฐานทางเทคนิคและข้อมูลเชิงบัญชีเพื่อสนับสนุนการดำเนินคดีและมาตรการยึดทรัพย์ หากพบการกระทำผิดซึ่งจะเป็นการตอบโจทย์ทั้งเชิงบังคับใช้กฎหมายและการปกป้องสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ชุมชนต่อไป