เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่รับฟังข้อกังวลจากกลุ่ม เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ซึ่งยื่นข้อเรียกร้องและตั้งคำถามต่อการศึกษาความเหมาะสมในการผนวกรวมจังหวัดปราจีนบุรีเข้าเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
ปัญหาหลักที่เครือข่ายยกขึ้น
เครือข่ายระบุปัญหาเป็นชุดรวม 7 ประเด็น โดยประเด็นสำคัญได้แก่ความไม่โปร่งใสของรายงานการศึกษา ข้อกังวลเกี่ยวกับโรงงานขยะ โรงหลอม และความเป็นไปได้ที่จังหวัดจะกลายเป็น "หลังบ้าน" สำหรับการจัดการของเสียจากอุตสาหกรรมในพื้นที่หลักของภาคตะวันออก
- ความโปร่งใสและความรอบด้านของรายงานการศึกษาที่ดำเนินการโดยสถาบันวิจัยของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ปัญหาโรงงานขยะและโรงหลอมที่เพิ่มจำนวนทั้งถูกและผิดกฎหมาย
- ความกังวลต่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและชุมชนจากการขยายเขต EEC
เครือข่ายชี้ว่าในอดีตตั้งแต่ พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา นโยบายบางด้านได้เอื้อต่อการขยายกิจการประเภทที่เกี่ยวข้องกับของเสียและการหลอม จนนำไปสู่การตั้งคำถามต่อการบังคับใช้กฎหมายและการเยียวยาผลกระทบต่อประชาชน
คำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (สกพอ.) ชี้แจงต่อผู้เข้าร่วมประชุมว่า ได้ร่วมกับสถาบันวิจัยของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศึกษาเรื่องความเหมาะสมของจังหวัดอย่างรอบด้าน พร้อมทั้งได้จัดการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียในทุกอำเภอของจังหวัด
สกพอ.ระบุว่าการศึกษาดังกล่าวได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นและนำเสนอร่างรายงานรวม 27 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,696 คน รวมทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายภาคประชาชน
สกพอ.ยังย้ำว่าการจัดตั้งโรงงานประเภทที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดหรือรีไซเคิลของเสียต้องเป็นไปตามกฎหมายและอยู่ในการดูแลของหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น กรมโรงงานอุตสาหกรรมและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด รวมทั้งต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขใบอนุญาตและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม และต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เมื่อกฎหมายกำหนด
ความกังวลของชุมชนและเรื่องการเยียวยา
ตัวแทนเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งยืนยันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจากกิจการที่เกี่ยวข้องกับของเสียไม่ได้รับการแก้ไขหรือเยียวยาอย่างเป็นธรรม ทั้งในมิติการบังคับใช้กฎหมายและการเรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ชุมชนไม่ไว้วางใจต่อกระบวนการศึกษาที่จะนำไปสู่การขยายเขตพัฒนาเศรษฐกิจ
การถกเถียงดังกล่าวสะท้อนความกังวลเชิงโครงสร้าง: นอกจากตัวมาตรการส่งเสริมการลงทุนแล้ว ยังมีคำถามถึงการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม การตรวจสอบผู้ประกอบการ และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในทุกขั้นตอน
ข้อมูลการรับฟังและระยะต่อไป
สกพอ.ชี้แจงว่ากระบวนการรับฟังความคิดเห็นมีการเชิญเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งไปร่วมประชุมอย่างเป็นทางการ รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568 และ 19 กันยายน พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดทำรายงาน
| ประเด็น | ข้อมูลจากการชี้แจง |
|---|---|
| จำนวนการนำเสนอร่างรายงาน | 27 ครั้ง |
| ผู้เข้าร่วมรับฟัง | 1,696 คน |
| วันรับฟังจากเครือข่าย | 28 ส.ค. 2568 และ 19 ก.ย. 2568 |
เจ้าหน้าที่และตัวแทนภาครัฐที่เกี่ยวข้องยังต้องชี้แจงแนวทางการควบคุมกิจการที่มีความเสี่ยงด้านมลพิษให้ชัดเจน รวมถึงแผนการเยียวยาและมาตรการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของชุมชน
สำหรับชาวบ้านที่ติดตามเรื่องนี้ การติดตามประกาศการประชุมสาธารณะของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและการเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นเป็นช่องทางสำคัญในการเรียกร้องข้อมูลและความโปร่งใส ขณะเดียวกันหน่วยงานท้องถิ่นและผู้ตรวจสอบภายนอกควรมีบทบาทในการติดตามการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นตัวอย่างของความตึงเครียดระหว่างนโยบายส่งเสริมการลงทุนเชิงพื้นที่และความคาดหวังของชุมชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องการการประสานงานที่ชัดเจนระหว่างหน่วยงานรัฐ ชุมชน และภาคเอกชน เพื่อหาจุดสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการรักษาคุณภาพชีวิตของประชาชน