จังหวัดนครพนมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์ฝนตกหนักในช่วงวันที่ 18–21 สิงหาคม โดยทีมผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการมาตรการเชิงรุกเพื่อบริหารจัดการระดับน้ำทั้งในพื้นที่เมืองและลุ่มน้ำสาขา พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบ
การประชุมติดตามสถานการณ์
วันที่ 17 สิงหาคม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยรองผู้ว่าฯ ผู้แทนจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมวอร์รูมเพื่อติดตามแนวโน้มสถานการณ์น้ำโขงและการพยากรณ์อากาศ ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัด ฝ่ายบริหารได้ประเมินความเสี่ยงจากการที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่ามรสุมจะพาดผ่านในช่วงเวลาดังกล่าว ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะวันที่ 19–20 สิงหาคม ซึ่งบางพื้นที่อาจมีปริมาณฝนสะสมเกิน 100 มิลลิเมตร
สภาพระดับน้ำและการจัดการ
ข้อมูลสภาพน้ำล่าสุดชี้ว่า ระดับน้ำโขงที่วัดได้อยู่ที่ 11.52 เมตร ลดลงจากวันก่อนประมาณ 11 เซนติเมตร แต่ยังต่ำกว่าจุดวิกฤตซึ่งกำหนดไว้ที่ 12 เมตร จังหวัดคาดการณ์แนวโน้มการลดลงของระดับน้ำต่อเนื่องเฉลี่ยวันละประมาณ 10 เซนติเมตร อย่างไรก็ดี ภาวะฝนหนักจากมรสุมอาจเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับลำน้ำสาขาที่เป็นจุดเฝ้าระวัง พบว่าประตูระบายน้ำทั้ง 12 แห่ง ขณะนี้มีปริมาณน้ำเกินความจุเฉลี่ยถึง 127% ทางจังหวัดจึงต้องใช้มาตรการผสมผสานทั้งการปิดประตูระบายน้ำบางส่วนเพื่อป้องกันน้ำโขงหนุนย้อนกลับ และการสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่เสี่ยงเพื่อเตรียมรับมวลน้ำฝนใหม่
มาตรการเร่งด่วนที่ดำเนินการ
- ปิดประตูระบายน้ำหลัก 4 บาน เพื่อป้องกันน้ำจากแม่น้ำโขงไหลย้อนเข้าสู่เขตเทศบาลเมืองนครพนม
- ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำบริเวณลำห้วยบังกอจำนวน 8 เครื่อง เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำในพื้นที่ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอเมือง
- เดินเครื่องผลักดันน้ำตามแผนวันละ 20 ชั่วโมง เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม
- การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 500 kVA เพื่อรองรับการใช้งานของเครื่องผลักดันน้ำ
- เปิดศาลากลางจังหวัดเป็นจุดจอดรถชั่วคราวฟรีสำหรับประชาชนที่ต้องหนีน้ำ
สมรรถนะเครื่องผลักดันน้ำ
เครื่องผลักดันน้ำที่นำมาติดตั้งเป็นชนิดกำลังขับขนาด 55 กิโลวัตต์ โดยแต่ละเครื่องมีศักยภาพผลักดันน้ำได้ประมาณ 1.2 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การวางแผนเดินเครื่องวันละ 20 ชั่วโมงมีเป้าหมายเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่การเกษตรและชุมชนที่มีความเสี่ยงให้น้อยที่สุด
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ระดับน้ำโขง (ล่าสุด) | 11.52 เมตร |
| จุดวิกฤต | 12 เมตร |
| จำนวนประตูระบายน้ำ | 12 แห่ง (น้ำเกินความจุเฉลี่ย 127%) |
| จำนวนเครื่องผลักดันน้ำ | 8 เครื่อง (55 กิโลวัตต์/เครื่อง) |
| หม้อแปลงไฟฟ้า | 500 kVA |
ผลกระทบเชิงพื้นที่และคำแนะนำ
มาตรการที่ดำเนินการตั้งแต่การปิดประตูน้ำและการสูบน้ำออกเริ่มส่งผลทำให้บริเวณรอบศาลากลางและตลาดมีสภาพแห้งขึ้นอย่างชัดเจนในพื้นที่ที่ได้รับการจัดการ อย่างไรก็ดี เขตลุ่มต่ำและพื้นที่เกษตรยังเสี่ยงต่อการท่วมจากปริมาณฝนที่คาดว่าจะตกหนักในวันที่ 19–20 สิงหาคม
หน่วยงานจังหวัดได้กำชับให้ชุมชนติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด เตรียมชุดเครื่องมือช่วยเหลือเบื้องต้น วางแผนอพยพจุดเสี่ยง และหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางที่อาจถูกน้ำท่วม นอกจากนี้แนะนำให้ประชาชนที่จอดรถริมถนนหรือในพื้นที่ต่ำย้ายยานพาหนะไปยังศาลากลางหรือจุดที่ปลอดภัยตามที่ประกาศ
การเตรียมความพร้อมระยะยาว
เหตุการณ์ปีนี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของการวางแผนบริหารจัดการน้ำเชิงบูรณาการทั้งระบบ ทั้งการบูรณะแนวคันกั้นน้ำ การจัดการช่องทางระบายน้ำรอง และการพัฒนาศักยภาพอุปกรณ์สูบระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อให้การตอบสนองต่อเหตุการณ์ฝนหนักมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อชีวิตประชาชนและทรัพย์สิน
จังหวัดยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมปรับมาตรการตามระดับความเสี่ยง หากมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญด้านน้ำหรือฝน พื้นที่ต่าง ๆ จะได้รับแจ้งผ่านช่องทางราชการทันที