จังหวัดแม่ฮ่องสอนประกาศยกระดับการเฝ้าระวังภัยพิบัติจากฝนตกหนักเป็น ขั้นสูงสุด ครอบคลุมช่วงวันที่ 27 สิงหาคม – 2 กันยายน พ.ศ. 2569 หลังกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยคาดว่าปริมาณฝนจะสะสมมากที่สุดในช่วงวันที่ 30-31 สิงหาคม ส่งผลให้ดินในหลายพื้นที่อุ้มน้ำจนเต็มความสามารถ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด น้ำป่าไหลหลาก และ ดินโคลนถล่ม ได้อย่างฉับพลัน
ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงและการเตรียมพร้อม
ที่ประชุมคณะทำงานบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินระดับจังหวัดซึ่งมีนายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ได้วิเคราะห์แบ่งพื้นที่เสี่ยงเป็น 2 ระดับ โดยกำหนดพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดดังนี้
| ระดับความเสี่ยง | อำเภอ/ตำบล (ตัวอย่าง) |
|---|---|
| เสี่ยงที่สุด (สีแดง) | อ.แม่สะเรียง: ต.แม่เหาะ, ต.ป่าแป๋ อ.สบเมย: ต.แม่สวด, ต.ป่าโป่ง, ต.กองก๋อย, ต.แม่คะตวน, ต.สบเมย |
| เสี่ยงเฝ้าระวัง | อ.ปาย, อ.ปางมะผ้า, อ.เมือง, อ.ขุนยวม, อ.แม่ลาน้อย และตำบลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง |
จังหวัดสั่งการด่วนให้ทุกอำเภอจัดเตรียมแผนอพยพ ศูนย์พักพิง เสบียงอาหารและน้ำดื่ม พร้อมทั้งตรึงกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลหนัก และระบบการสื่อสารตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
มาตรการเชิงพื้นที่และการสื่อสารกับชุมชน
ในพื้นที่ตำบลที่ถูกจัดให้เป็นพื้นที่สีแดง เช่น ต.ป่าแป๋ และ ต.แม่เหาะ ของอำเภอแม่สะเรียง กำนันและผู้ใหญ่บ้านร่วมกันใช้หอกระจายข่าวและระบบเสียงตามสายโดยเผยแพร่เป็น ภาษาพื้นถิ่นปกาเกอะญอ เพื่อแจ้งเตือนชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์ให้รับรู้ข้อมูลและเตรียมพร้อมลดความเสี่ยงต่อการสูญเสีย ทั้งนี้ มีการยกกรณีเหตุการณ์ดินสไลด์ที่บ้านแม่สวรรค์น้อยซึ่งมีผู้เสียชีวิต 1 ราย มาเป็นตัวอย่างเตือนให้ระมัดระวัง
- จัดเตรียมศูนย์พักพิงพร้อมอาหารน้ำดื่ม
- เตรียมกำลังพลและเครื่องจักรกลหนักสำหรับเปิดทางและกู้ภัย
- ตรึงระบบการสื่อสารให้ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- เผยแพร่ข้อความเตือนในภาษาพื้นถิ่นเพื่อความเข้าใจของชุมชน
นอกเหนือจากมาตรการด้านการเตรียมกำลังและศูนย์พักพิง เจ้าหน้าที่ระดับอำเภอยังลงพื้นที่ติดตามสภาพการฟื้นฟูถนนที่ถูกตัดขาดจากดินโคลน โดยเฉพาะสายที่เชื่อมต่อกับทางหลวง เช่น เส้นทางบ้านห้วยปู-บ้านทุ่งแดง ใน ต.แม่เหาะ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบจากฝนหนักช่วงวันที่ 20-21 สิงหาคม ทำให้ต้องระดมกำลังเร่งเปิดเส้นทางและให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน
ผลกระทบต่อการสัญจรและชุมชน
จากสภาพถนนที่ยังเป็นดินโคลน การสัญจรในบางพื้นที่ต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น และมีรายงานชาวบ้านที่ต้องเดินเท้าลงจากดอยหลายกิโลเมตรเพื่อไปซื้อของในตัวอำเภอ หน่วยงานท้องถิ่นจึงได้จัดรถรับส่งและมอบถุงยังชีพให้กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ และครัวเรือนยากจน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนระยะสั้น
จังหวัดเรียกร้องให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนจากหน่วยงานอย่างใกล้ชิด หากอาศัยอยู่ในพื้นที่ลาดชันหรือใกล้แหล่งน้ำควรเตรียมความพร้อมทั้งด้านข้อมูลการอพยพและสิ่งของจำเป็น และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย
สถานการณ์ยังต้องติดตามต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงวันที่คาดว่าจะมีฝนหนักมาก หากเกิดเหตุฉุกเฉินประชาชนสามารถติดต่อหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่หรือสายด่วนของจังหวัดเพื่อขอความช่วยเหลือได้ทันที