วันนี้เจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับกุมตัวอดีตข้าราชการตำรวจที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตงบประมาณของตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวได้ที่ที่พักแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต หลังจากมีหมายจับตามคำสั่งศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน
การสืบสวนและการจับกุม
การจับกุมเกิดขึ้นจากการสนธิกำลังระหว่างเจ้าหน้าที่กลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษของ ป.ป.ช. กับงานสืบสวนของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรท่าฉัตรไชย โดยเป็นการติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับที่ออกไว้ก่อนหน้า
ผู้ต้องหาเป็นอดีตข้าราชการตำแหน่งเกี่ยวกับการเงินของตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าจัดทำเอกสารเบิกจ่ายเท็จเพื่อถอนหรือโอนเงินงบประมาณของหน่วยงานดังกล่าว แล้วโอนยอดเงินไปยังบัญชีส่วนตัวหลายครั้ง
รายละเอียดข้อกล่าวหาและมูลค่า
สำนวนระบุว่าการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นชุดในช่วงเดือน มิถุนายน–กรกฎาคม พ.ศ.2565 เจ้าหน้าที่พบการโอนเงินรวมเป็นจำนวน 7,049,806.36 บาท แบ่งเป็นการโอนเข้าบัญชีผู้ต้องหาเป็นครั้ง ๆ รวมทั้งสิ้น 12 ครั้ง
| ประเด็น | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้ต้องหา | อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจการเงิน ตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน (ระบุชื่อในสำนวน) |
| ช่วงเวลาการกระทำผิด | มิ.ย.–ก.ค. พ.ศ.2565 |
| มูลค่าความเสียหาย | 7,049,806.36 บาท (โอนทั้งหมด 12 ครั้ง) |
| สถานที่จับกุม | บ้านพักในจังหวัดภูเก็ต |
พยานหลักฐานและข้อกฎหมายที่ถูกอ้างอิง
สำนวนคดีระบุว่าผู้ต้องหาอาจเข้าข่ายหลายข้อหาทั้งทางอาญาและทางวินัย รวมถึงการปลอมแปลงเอกสารและการใช้เอกสารปลอมเพื่อเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานราชการ ท่ามกลางการอ้างอิงบทบัญญัติทางอาญาหลายมาตราและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
- มีการกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและทุจริต
- มีการกล่าวหาปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม
- มีการกล่าวหาเกี่ยวกับการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นเพื่อถอนหรือชำระเงิน
ในสำนวนยังมีการอ้างถึงบทบัญญัติของประมวลกฎหมายอาญาหลายมาตรา รวมทั้งข้อกฎหมายเฉพาะที่ใช้บังคับกับเจ้าหน้าที่ของรัฐและข้าราชการตำรวจ ซึ่งสอดคล้องกับการกล่าวหาเรื่องการขัดกระบวนการและการยักยอกทรัพย์
ผลกระทบและประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ
คดีลักษณะนี้ส่งผลกระทบทั้งต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและการบริหารจัดการงบประมาณภาครัฐในระดับพื้นที่ การที่ผู้ถูกกล่าวหาเคยดำรงตำแหน่งเกี่ยวกับการเงินยิ่งทำให้การตรวจสอบและการติดตามเส้นทางเงินเป็นเรื่องสำคัญ
นอกจากการดำเนินคดีทางอาญาแล้ว ยังเป็นไปได้ว่าจะมีการสืบสวนสอบสวนทางวินัยและกระบวนการเรียกคืนเงินหรือชดใช้ค่าเสียหายตามขั้นตอนของหน่วยงานต้นสังกัด หากพบความบกพร่องในการกำกับดูแลภายใน
ขั้นตอนต่อไป
ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามหมายจับที่ศาลออกไว้ ทางเจ้าหน้าที่ระบุว่าจะนำสำนวนส่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบพิจารณาดำเนินคดีต่อไปตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าของคดีได้จากการรายงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมจากทาง ป.ป.ช. หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในขั้นตอนการนำสำนวนขึ้นสู่ศาล