กระทรวงสาธารณสุขออกคำสั่งเร่งด่วนให้สถานบริการสาธารณสุขในจังหวัดนครพนมเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำท่วม หลังได้รับรายงานว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงบริเวณจังหวัดนครพนมอยู่ที่ 12.04 เมตร ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์วิกฤตที่กำหนดไว้คือ 12.00 เมตร และคาดว่าจะขึ้นสูงสุดในวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ประมาณ 12.13 เมตร ขณะที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขถูกสั่งให้วางแผนรองรับเหตุฉุกเฉินอย่างน้อย 72 ชั่วโมง เพื่อให้บริการประชาชนได้ต่อเนื่อง
คำสั่งการของกระทรวงสาธารณสุข
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุการสั่งการสำคัญ ได้แก่ การเคลื่อนย้ายครุภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ชั้นล่างของโรงพยาบาล การจัดพื้นที่จอดรถและรถพยาบาลในจุดปลอดภัย และการเตรียมระบบไฟฟ้าสำรอง น้ำมันเชื้อเพลิง ยา เวชภัณฑ์ที่จำเป็น เช่น ออกซิเจนและเลือด ตลอดจนระบบไอทีและการสื่อสารเพื่อรองรับการให้บริการทางการแพทย์ในภาวะวิกฤต
นอกจากมาตรการด้านอุปกรณ์และยาแล้ว กระทรวงยังเน้นย้ำการเตรียมกำลังคน แผนดูแลผู้ป่วยวิกฤต ผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางและกลุ่มเสี่ยง รวมถึงการกำหนดเส้นทางอพยพและระบบส่งต่อผู้ป่วย เพื่อให้การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีการประสานงานอย่างเป็นระบบ
การสนับสนุนจากหน่วยทหารและการยกระดับกำลัง
กระทรวงสาธารณสุขได้ประสานงานขอความร่วมมือจากกองทัพไทยและหน่วยงานทหารในพื้นที่ เพื่อให้การสนับสนุนกำลังพล ยานพาหนะยกสูง หรือเรือ และอุปกรณ์ที่จำเป็นในการนำส่งผู้ป่วยและญาติหากการสัญจรถนนถูกตัดขาด โดยมีการวางแผนกำลังสนับสนุนในสองระดับ คือ
- ระดับเตรียมการ (สีส้ม) ขอสนับสนุนกำลังทหารประมาณ 20–30 นาย เพื่อเสริมแนวกั้นน้ำและเคลื่อนย้ายครุภัณฑ์
- ระดับอพยพ (ระดับแดง) เตรียมกำลังประมาณ 40–60 นาย สำหรับการอพยพและการส่งต่อผู้ป่วยหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น
สถานการณ์การระบายน้ำและการเตรียมเครื่องจักร
ข้อมูลจากหน่วยงานระดับจังหวัดแสดงถึงความพยายามในการบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันผลกระทบต่อเขตชุมชนและพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำรวมหลายจุด และเตรียมเครื่องจักรสำหรับการระบายน้ำและการป้องกันผลกระทบจากแม่น้ำโขงที่หนุนขึ้น
| ข้อมูล | ตัวเลข/รายละเอียด |
|---|---|
| ระดับน้ำปัจจุบัน | 12.04 เมตร (สูงกว่าเกณฑ์วิกฤต 0.04 เมตร) |
| คาดการณ์ระดับสูงสุด | 12.13 เมตร วันที่ 13 ส.ค. พ.ศ. 2569 |
| ความพร้อมระบบสาธารณสุข | เตรียมพร้อมบริการขั้นต่ำ 72 ชั่วโมง |
บทบาทของโรงพยาบาลนครพนม
โรงพยาบาลนครพนมซึ่งยังให้บริการได้ตามปกติในขณะนี้ ถูกสั่งให้ยกระดับการเตรียมการ โดยเฉพาะการจัดเก็บครุภัณฑ์ที่ชั้นล่าง การจัดจุดจอดรถพยาบาลในที่ปลอดภัย และการจัดเตรียมระบบสื่อสารสำรองเพื่อให้การรับส่งผู้ป่วยไม่สะดุด ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินของโรงพยาบาลได้จัดทีมทำงานตลอด 24 ชั่วโมงและให้มีการรายงานสถานการณ์ทุก 3 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม หนึ่งในความเสี่ยงสำคัญที่ถูกเน้นคือเส้นทางเข้า–ออกบริเวณถนนอภิบาลบัญชา ซึ่งอาจได้รับผลกระทบหากการระบายไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ การเตรียมมาตรการเสริมแรงจึงถูกเน้นให้ครอบคลุมทั้งการป้องกันความเสียหายของระบบสาธารณูปโภคและการรักษาความต่อเนื่องของการบริการทางการแพทย์
คำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับประชาชน
แม้ยังไม่มีคำสั่งอพยพเป็นวงกว้าง แต่กระทรวงและหน่วยงานท้องถิ่นขอให้ประชาชนติดตามประกาศอย่างใกล้ชิดและเตรียมความพร้อมเบื้องต้น โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม อาทิ การจัดเตรียมยาที่ต้องรับประทานต่อเนื่อง เอกสารสำคัญ และข้อมูลติดต่อคนดูแลทางการแพทย์ ในกรณีที่ต้องเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมประสานงานกับกองทัพเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือหากจำเป็น ทั้งนี้ การร่วมมือและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จะช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาผลกระทบต่อชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ