นครพนมสรุปผลเทศกาลไหลเรือไฟ
เทศกาลไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม ประจำปี พ.ศ. 2569 ปิดฉากลงพร้อมตัวเลขผู้เข้าร่วมงานและการใช้จ่ายที่สะท้อนพลังของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เปิดเผยผลการจัดกิจกรรม “โขงอเมซิ่ง” ซึ่งจัดขึ้นควบคู่กับงานประเพณีสำคัญของจังหวัด ระหว่างวันที่ 22–27 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ขณะที่งานไหลเรือไฟโดยรวมจัดต่อเนื่องระหว่างวันที่ 16–27 ตุลาคม พ.ศ. 2569 รวม 12 วัน 12 คืน
ข้อมูลจากสำนักงานจังหวัดนครพนมระบุว่า ตลอดช่วงการจัดงาน มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าร่วมสะสมประมาณ 723,000 คน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่างานประเพณีริมฝั่งแม่น้ำโขงยังคงเป็นกิจกรรมหลักที่ดึงดูดผู้คนเข้าสู่จังหวัด และมีบทบาทต่อภาพรวมการเดินทาง การจับจ่าย และการให้บริการของผู้ประกอบการในเมืองนครพนม
ผสานศรัทธาลุ่มน้ำโขงกับการแสดงร่วมสมัย
ปีนี้ ททท. เพิ่มกิจกรรม “โขงอเมซิ่ง” เพื่อเสริมประสบการณ์ให้กับผู้มาเยือน โดยนำบรรยากาศและความเชื่อที่ผูกพันกับลุ่มน้ำโขงมาผสานเข้ากับการนำเสนอด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไฮไลต์สำคัญประกอบด้วยเรือประดับไฟฟ้าและการแสดงอากาศยานไร้คนขับจำนวน 800 ลำ เหนือแม่น้ำโขง ช่วยเพิ่มสีสันให้กับเทศกาลซึ่งมีรากฐานจากประเพณีท้องถิ่น
การจัดกิจกรรมดังกล่าวทำให้ภาพของงานไหลเรือไฟมีทั้งมิติทางวัฒนธรรมและความร่วมสมัย ผู้เข้าร่วมงานสามารถสัมผัสบรรยากาศประเพณีที่สืบทอดในพื้นที่ พร้อมชมการแสดงที่ออกแบบให้สอดรับกับบรรยากาศริมแม่น้ำโขง ททท. ระบุว่า ผลตอบรับจากนักท่องเที่ยวอยู่ในระดับน่าพอใจอย่างยิ่ง โดยมีความประทับใจมากกว่า ร้อยละ 99
เงินหมุนเวียนกว่า 485 ล้านบาท
ผลการประเมินการใช้จ่ายในช่วงวันที่ 22–27 ตุลาคม พ.ศ. 2569 พบว่าเกิดเงินหมุนเวียนในภาพรวมประมาณ 485.16 ล้านบาท หรือมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยราว 1,209 บาทต่อคนต่อทริป ตัวเลขนี้เป็นการประมาณการใช้จ่ายของผู้ร่วมเทศกาลในช่วงที่มีการประเมิน ไม่ใช่รายได้จากกิจกรรมของ ททท. เพียงส่วนเดียว แต่เป็นเม็ดเงินที่เกิดขึ้นจากการเดินทางและการบริโภคของประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่โดยรวม
| ประเภทธุรกิจ | สัดส่วนการใช้จ่าย |
|---|---|
| อาหารและเครื่องดื่ม | ร้อยละ 46.96 |
| สินค้าและของฝาก | ร้อยละ 29.80 |
| การเดินทาง | ร้อยละ 13.62 |
| ที่พัก | ร้อยละ 6.07 |
| บริการท่องเที่ยวและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ | ร้อยละ 3.55 |
เมื่อพิจารณาตามประเภทการใช้จ่าย พบว่าอาหารและเครื่องดื่มได้รับอานิสงส์สูงสุด คิดเป็น ร้อยละ 46.96 ของการใช้จ่ายทั้งหมด รองลงมาคือสินค้าและของฝาก ร้อยละ 29.80 การเดินทาง ร้อยละ 13.62 ที่พัก ร้อยละ 6.07 และบริการท่องเที่ยวกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ร้อยละ 3.55 สัดส่วนดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า รายได้จากเทศกาลกระจายไปยังธุรกิจหลายประเภท โดยเฉพาะร้านอาหาร ร้านจำหน่ายสินค้า และผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชน
โอกาสของผู้ประกอบการท้องถิ่น
ความคึกคักตลอด 12 วัน ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริเวณพื้นที่จัดงาน แต่เชื่อมโยงไปถึงกิจการที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการพักผ่อน ทั้งร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของฝาก ผู้ให้บริการด้านการเดินทาง ที่พัก และกิจกรรมท่องเที่ยว ตัวเลขการใช้จ่ายจึงสะท้อนผลทางเศรษฐกิจในระดับพื้นที่มากกว่าการวัดจำนวนผู้ชมการแสดงเพียงอย่างเดียว
สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย เทศกาลลักษณะนี้เป็นช่วงเวลาที่ได้พบลูกค้าจำนวนมากและนำเสนอสินค้า อาหาร และของฝากที่เกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์ของจังหวัด ขณะเดียวกัน การที่ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในอาหารและของฝาก ยังสะท้อนพฤติกรรมของผู้มาเยือนที่ใช้จ่ายกับสินค้าและบริการใกล้พื้นที่จัดงานโดยตรง
เตรียมต่อยอดสู่เทศกาลสำคัญของจังหวัด
ททท. ระบุว่า ความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้เป็นแรงสนับสนุนให้เดินหน้ายกระดับประเพณีไหลเรือไฟและกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ให้เป็นงานท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ของนครพนม และมุ่งผลักดันสู่การเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ การดำเนินงานในระยะต่อไปจึงมีโจทย์สำคัญอยู่ที่การรักษาคุณค่าของประเพณี ควบคู่กับการออกแบบกิจกรรมให้ร่วมสมัยและดึงดูดผู้เดินทางกลุ่มใหม่
ผลที่จังหวัดได้รับจากเทศกาลปีนี้สามารถสรุปได้ในประเด็นสำคัญ ดังนี้
- มีผู้เข้าร่วมงานตลอด 12 วัน 12 คืน ประมาณ 723,000 คน
- เกิดการใช้จ่ายในช่วงกิจกรรมที่ประเมินประมาณ 485.16 ล้านบาท
- การแสดงเรือประดับไฟฟ้าและอากาศยานไร้คนขับ 800 ลำ ช่วยเพิ่มความร่วมสมัยให้กับงาน
- ร้านอาหาร ร้านของฝาก ที่พัก และธุรกิจการเดินทางได้รับประโยชน์จากจำนวนนักท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลประเมินในช่วงวันที่ 22–27 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นช่วงกิจกรรม “โขงอเมซิ่ง” ไม่ใช่ตัวเลขรายได้สุทธิของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง การอ่านข้อมูลจึงควรพิจารณาในฐานะภาพรวมของการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากผู้ร่วมเทศกาล ทั้งจากการเดินทาง การรับประทานอาหาร การซื้อสินค้า และการใช้บริการต่าง ๆ
เทศกาลไหลเรือไฟปีนี้จึงสะท้อนบทบาทของวัฒนธรรมท้องถิ่นในฐานะต้นทุนสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจนครพนม ขณะเดียวกัน ความท้าทายของการจัดงานในอนาคตคือการทำให้เทคโนโลยีและกิจกรรมรูปแบบใหม่สนับสนุนประเพณีโดยไม่กลบความหมายดั้งเดิม หากทำได้อย่างสมดุล งานริมแม่น้ำโขงแห่งนี้จะยังเป็นทั้งพื้นที่แห่งศรัทธา แหล่งรวมผู้คน และกลไกสร้างรายได้ให้ชุมชนต่อไป