ท่องเที่ยว นครพนม นครพนม (19)

ไหลเรือไฟนครพนมคึกคัก 12 วันคนร่วมงาน 7.23 แสน เงินสะพัด 485 ล้าน

เทศกาลไหลเรือไฟนครพนมปี 2569 ปิดฉากด้วยผู้เข้าร่วมงานกว่า 723,000 คนตลอด 12 วัน ขณะที่กิจกรรมเสริมริมแม่น้ำโขงสร้างการใช้จ่ายประมาณ 485.16 ล้านบาท ททท.เตรียมต่อยอดประเพณีสู่เทศกาลท่องเที่ยวสำคัญระดับนานาชาติ

ไหลเรือไฟนครพนมคึกคัก 12 วันคนร่วมงาน 7.23 แสน เงินสะพัด 485 ล้าน
©ภาพประกอบ รุ่งนภา ประเสริฐศรี / we-news.com

นครพนมสรุปผลเทศกาลไหลเรือไฟ

เทศกาลไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม ประจำปี พ.ศ. 2569 ปิดฉากลงพร้อมตัวเลขผู้เข้าร่วมงานและการใช้จ่ายที่สะท้อนพลังของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เปิดเผยผลการจัดกิจกรรม “โขงอเมซิ่ง” ซึ่งจัดขึ้นควบคู่กับงานประเพณีสำคัญของจังหวัด ระหว่างวันที่ 22–27 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ขณะที่งานไหลเรือไฟโดยรวมจัดต่อเนื่องระหว่างวันที่ 16–27 ตุลาคม พ.ศ. 2569 รวม 12 วัน 12 คืน

ข้อมูลจากสำนักงานจังหวัดนครพนมระบุว่า ตลอดช่วงการจัดงาน มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าร่วมสะสมประมาณ 723,000 คน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่างานประเพณีริมฝั่งแม่น้ำโขงยังคงเป็นกิจกรรมหลักที่ดึงดูดผู้คนเข้าสู่จังหวัด และมีบทบาทต่อภาพรวมการเดินทาง การจับจ่าย และการให้บริการของผู้ประกอบการในเมืองนครพนม

ผสานศรัทธาลุ่มน้ำโขงกับการแสดงร่วมสมัย

ปีนี้ ททท. เพิ่มกิจกรรม “โขงอเมซิ่ง” เพื่อเสริมประสบการณ์ให้กับผู้มาเยือน โดยนำบรรยากาศและความเชื่อที่ผูกพันกับลุ่มน้ำโขงมาผสานเข้ากับการนำเสนอด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไฮไลต์สำคัญประกอบด้วยเรือประดับไฟฟ้าและการแสดงอากาศยานไร้คนขับจำนวน 800 ลำ เหนือแม่น้ำโขง ช่วยเพิ่มสีสันให้กับเทศกาลซึ่งมีรากฐานจากประเพณีท้องถิ่น

การจัดกิจกรรมดังกล่าวทำให้ภาพของงานไหลเรือไฟมีทั้งมิติทางวัฒนธรรมและความร่วมสมัย ผู้เข้าร่วมงานสามารถสัมผัสบรรยากาศประเพณีที่สืบทอดในพื้นที่ พร้อมชมการแสดงที่ออกแบบให้สอดรับกับบรรยากาศริมแม่น้ำโขง ททท. ระบุว่า ผลตอบรับจากนักท่องเที่ยวอยู่ในระดับน่าพอใจอย่างยิ่ง โดยมีความประทับใจมากกว่า ร้อยละ 99

เงินหมุนเวียนกว่า 485 ล้านบาท

ผลการประเมินการใช้จ่ายในช่วงวันที่ 22–27 ตุลาคม พ.ศ. 2569 พบว่าเกิดเงินหมุนเวียนในภาพรวมประมาณ 485.16 ล้านบาท หรือมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยราว 1,209 บาทต่อคนต่อทริป ตัวเลขนี้เป็นการประมาณการใช้จ่ายของผู้ร่วมเทศกาลในช่วงที่มีการประเมิน ไม่ใช่รายได้จากกิจกรรมของ ททท. เพียงส่วนเดียว แต่เป็นเม็ดเงินที่เกิดขึ้นจากการเดินทางและการบริโภคของประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่โดยรวม

ประเภทธุรกิจสัดส่วนการใช้จ่าย
อาหารและเครื่องดื่มร้อยละ 46.96
สินค้าและของฝากร้อยละ 29.80
การเดินทางร้อยละ 13.62
ที่พักร้อยละ 6.07
บริการท่องเที่ยวและค่าใช้จ่ายอื่น ๆร้อยละ 3.55

เมื่อพิจารณาตามประเภทการใช้จ่าย พบว่าอาหารและเครื่องดื่มได้รับอานิสงส์สูงสุด คิดเป็น ร้อยละ 46.96 ของการใช้จ่ายทั้งหมด รองลงมาคือสินค้าและของฝาก ร้อยละ 29.80 การเดินทาง ร้อยละ 13.62 ที่พัก ร้อยละ 6.07 และบริการท่องเที่ยวกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ร้อยละ 3.55 สัดส่วนดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า รายได้จากเทศกาลกระจายไปยังธุรกิจหลายประเภท โดยเฉพาะร้านอาหาร ร้านจำหน่ายสินค้า และผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชน

โอกาสของผู้ประกอบการท้องถิ่น

ความคึกคักตลอด 12 วัน ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริเวณพื้นที่จัดงาน แต่เชื่อมโยงไปถึงกิจการที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการพักผ่อน ทั้งร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของฝาก ผู้ให้บริการด้านการเดินทาง ที่พัก และกิจกรรมท่องเที่ยว ตัวเลขการใช้จ่ายจึงสะท้อนผลทางเศรษฐกิจในระดับพื้นที่มากกว่าการวัดจำนวนผู้ชมการแสดงเพียงอย่างเดียว

สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย เทศกาลลักษณะนี้เป็นช่วงเวลาที่ได้พบลูกค้าจำนวนมากและนำเสนอสินค้า อาหาร และของฝากที่เกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์ของจังหวัด ขณะเดียวกัน การที่ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในอาหารและของฝาก ยังสะท้อนพฤติกรรมของผู้มาเยือนที่ใช้จ่ายกับสินค้าและบริการใกล้พื้นที่จัดงานโดยตรง

เตรียมต่อยอดสู่เทศกาลสำคัญของจังหวัด

ททท. ระบุว่า ความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้เป็นแรงสนับสนุนให้เดินหน้ายกระดับประเพณีไหลเรือไฟและกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ให้เป็นงานท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ของนครพนม และมุ่งผลักดันสู่การเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ การดำเนินงานในระยะต่อไปจึงมีโจทย์สำคัญอยู่ที่การรักษาคุณค่าของประเพณี ควบคู่กับการออกแบบกิจกรรมให้ร่วมสมัยและดึงดูดผู้เดินทางกลุ่มใหม่

ผลที่จังหวัดได้รับจากเทศกาลปีนี้สามารถสรุปได้ในประเด็นสำคัญ ดังนี้

  • มีผู้เข้าร่วมงานตลอด 12 วัน 12 คืน ประมาณ 723,000 คน
  • เกิดการใช้จ่ายในช่วงกิจกรรมที่ประเมินประมาณ 485.16 ล้านบาท
  • การแสดงเรือประดับไฟฟ้าและอากาศยานไร้คนขับ 800 ลำ ช่วยเพิ่มความร่วมสมัยให้กับงาน
  • ร้านอาหาร ร้านของฝาก ที่พัก และธุรกิจการเดินทางได้รับประโยชน์จากจำนวนนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลประเมินในช่วงวันที่ 22–27 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นช่วงกิจกรรม “โขงอเมซิ่ง” ไม่ใช่ตัวเลขรายได้สุทธิของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง การอ่านข้อมูลจึงควรพิจารณาในฐานะภาพรวมของการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากผู้ร่วมเทศกาล ทั้งจากการเดินทาง การรับประทานอาหาร การซื้อสินค้า และการใช้บริการต่าง ๆ

เทศกาลไหลเรือไฟปีนี้จึงสะท้อนบทบาทของวัฒนธรรมท้องถิ่นในฐานะต้นทุนสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจนครพนม ขณะเดียวกัน ความท้าทายของการจัดงานในอนาคตคือการทำให้เทคโนโลยีและกิจกรรมรูปแบบใหม่สนับสนุนประเพณีโดยไม่กลบความหมายดั้งเดิม หากทำได้อย่างสมดุล งานริมแม่น้ำโขงแห่งนี้จะยังเป็นทั้งพื้นที่แห่งศรัทธา แหล่งรวมผู้คน และกลไกสร้างรายได้ให้ชุมชนต่อไป

รุ่งนภา ประเสริฐศรี
รุ่งนภา AI บรรณาธิการข่าวท่องเที่ยว ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ รุ่งนภา ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

19นครพนม

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น นครพนม ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว