นครพนม — การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เดินหน้าจัดประชุมเชิงปฏิบัติการภายใต้แนวคิด “นครพนมโมเดล” โดยมุ่งยกระดับคุณภาพยางก้อนถ้วยตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้สามารถแปรรูปเป็น ยางแท่ง STR 20 ที่ได้มาตรฐาน และตอบโจทย์ตลาดแปรรูปสินค้าและการส่งออก
จุดประสงค์และกรอบการดำเนินงาน
พิธีเปิดการประชุมมีนาย เบญจพล นาคประเสริฐ ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของ กยท. และ ดร.ธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน นโยบายหลักคือการสร้างพื้นที่ต้นแบบที่เชื่อมโยงระหว่างเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และโรงงานแปรรูป เพื่อให้เกิดการผลิตที่เป็นมาตรฐานและยั่งยืน
ตามการนำเสนอของ กยท. พื้นที่จังหวัดนครพนมและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีบทบาทเป็นแหล่งผลิต ยางก้อนถ้วย สำคัญ แต่ยังเผชิญปัญหาด้านคุณภาพผลผลิต เช่น การใช้สารเคมีไม่เหมาะสม การปนเปื้อนสิ่งแปลกปลอม และการใช้สารเพิ่มน้ำหนัก ซึ่งส่งผลต่อการแปรรูปและทำให้ผลผลิตถูกปรับตกเกณฑ์ ส่งผลกระทบต่อโอกาสทางการตลาดและรายได้ของเกษตรกร
แนวทางปฏิบัติที่เน้น
กยท. โดยกองจัดการโรงงาน 6 เสนอกระบวนการพัฒนาที่มุ่งเน้นการควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นทางเพื่อให้วัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิตยางแท่ง STR 20 อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลักการสำคัญที่นำเสนอต่อเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย
- ส่งเสริมการผลิตยางก้อนถ้วยตามมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง
- รณรงค์การใช้ กรดฟอร์มิก อย่างเหมาะสม ลดการใช้สารต้องห้ามและสารเพิ่มน้ำหนัก
- ป้องกันการปนเปื้อนด้วยการจัดการและคัดแยกสิ่งแปลกปลอมตั้งแต่ขั้นตอนเก็บเกี่ยว
- เชื่อมโยงวัตถุดิบคุณภาพกับโรงงานแปรรูปเพื่อลดการสูญเสียและเพิ่มความเชื่อมั่นตลาด
นโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ภายใต้ชื่อ “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” ซึ่งมุ่งยกระดับกระบวนการผลิตและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรให้สอดคล้องความต้องการของตลาด
“กยท. พร้อมขับเคลื่อนภารกิจสอดรับนโยบาย ‘เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย’ ของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ...”
ความคาดหวังต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น
การพัฒนาไปสู่การผลิตยางแท่ง STR 20 ที่ได้มาตรฐาน นอกจากจะช่วยลดการถูกปรับเกรดของผลผลิตแล้วยังมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตยางไทยในตลาดแปรรูปและตลาดส่งออก การเชื่อมต่อระหว่างผู้ผลิตและโรงงานแปรรูปยังเป็นการลดความเสี่ยงทางการตลาดให้กับเกษตรกรรายย่อยและกลุ่มสถาบันเกษตรกร
บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย
การขับเคลื่อนโมเดลนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งเกษตรกร สถาบันเกษตรกร โรงงานแปรรูป และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางปฏิบัติและการตรวจติดตามคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
| หน่วยงาน/กลุ่ม | บทบาท |
|---|---|
| กยท. (กองจัดการโรงงาน 6) | ริเริ่มแบบจำลอง ให้ความรู้และเชื่อมโยงตลาด |
| เกษตรกร/กลุ่มเกษตรกร | ปรับกระบวนการผลิตตามมาตรฐาน ลดการใช้สารต้องห้าม |
| โรงงานแปรรูป | รับวัตถุดิบคุณภาพและร่วมกำหนดเกณฑ์การรับซื้อ |
ข้อควรระวังและข้อมูลสำหรับเกษตรกร
แม้แนวทางจะให้ประโยชน์ในด้านมูลค่าและตลาด แต่การเปลี่ยนแปลงต้องอาศัยเวลา การอบรม และการตรวจสอบอย่างเข้มแข็งเพื่อให้เกิดการยอมรับจากผู้ผลิต โดย กยท. เน้นย้ำเรื่องการใช้กรดฟอร์มิกอย่างถูกวิธีและการงดใช้สารเพิ่มน้ำหนักหรือสารต้องห้าม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการปนเปื้อนที่ทำให้ผลผลิตไม่ผ่านเกณฑ์แปรรูป
ในระยะต่อไป การขยายโมเดลนี้ออกไปยังพื้นที่อื่นๆ จะขึ้นอยู่กับผลการนำร่องในจังหวัดนครพนมและการประเมินผลด้านคุณภาพผลผลิต ผลกระทบต่อรายได้เกษตรกร และการตอบรับจากภาคอุตสาหกรรมแปรรูป ทั้งนี้ กยท. จะต้องทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการเชื่อมโยงและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
การยกระดับคุณภาพยางก้อนถ้วยสู่ยางแท่ง STR 20 จึงไม่เพียงเป็นเรื่องเทคนิคการผลิต แต่ยังเป็นประเด็นเชิงเศรษฐกิจและสังคมที่เกี่ยวโยงกับความมั่นคงของรายได้เกษตรกรและความสามารถในการแข่งขันของภาคยางไทยทั้งระบบ