สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี (สสจ.กาญจนบุรี) ประสานการทำงานระหว่างทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ทีมเฝ้าระวังสอบสวนโรค (SRRT) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเน้นการติดตาม รักษาเบื้องต้น และจัดส่งยาให้ต่อเนื่อง ทั้งในชุมชนที่ประสบภัยและศูนย์พักพิงชั่วคราว
การจัดระบบและการปฏิบัติการ
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้จัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ เพื่อประสานงานและส่งมอบบริการให้รวดเร็ว เจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติการค้นหา ประเมินความเสี่ยง และเยี่ยมบ้านผู้ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ รวมถึงการจัดส่งเวชภัณฑ์และยาประจำตัวให้ถึงมือผู้ป่วย
นอกจากการรักษาและจ่ายยาแล้ว ระบบยังวางแผนการ เคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังพื้นที่ปลอดภัย และมีการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเมื่อพบว่าจำเป็น เพื่อป้องกันผลกระทบด้านสุขภาพจากการขาดยาหรือบริการต่อเนื่อง เช่น ผู้ป่วยที่ต้องรับประทานยาประจำหรือผู้ป่วยที่ต้องฟอกไตเป็นประจำ
จำนวนผู้ได้รับผลกระทบและการส่งต่อ
ข้อมูลจาก สสจ.กาญจนบุรี ณ วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ระบุว่า มีผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบรวม 1,792 คน แบ่งเป็น:
- ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย จำนวน 1,044 คน
- ผู้ที่อยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว จำนวน 748 คน
ในจำนวนนี้มีกรณีที่ต้องส่งต่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว 16 คน โดยการส่งต่อดำเนินไปตามการประเมินความรุนแรงของอาการและความพร้อมของสถานพยาบาลรับส่งตัว
การดูแลเฉพาะกลุ่มและแนวทาง Medical Shelter
กลุ่มที่ สสจ.ให้ความสำคัญเป็นพิเศษได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้พิการ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ซึ่งอาจประสบปัญหาในการเคลื่อนไหวหรือการเข้าถึงยาและบริการรักษาต่อเนื่อง ในขั้นปฏิบัติการ สสจ.ได้ยกระดับการดูแลตามแนวทาง Medical Shelter เพื่อให้ศูนย์พักพิงรองรับการรักษาและติดตามอาการได้อย่างเหมาะสม
มาตรการที่นำมาใช้ประกอบด้วยการประเมินความเสี่ยงแบบต่อเนื่อง จัดเวชภัณฑ์พื้นฐานพร้อมชุดฉุกเฉิน และวางระบบการสื่อสารกับโรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อเตรียมการรับส่งต่อเมื่อสถานการณ์จำเป็น
บทบาทชุมชนและครอบครัว
เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าการดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางในภาวะอุทกภัยต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะครอบครัวและชุมชนที่ใกล้ชิดผู้ป่วย เพื่อสังเกตอาการผิดปกติและให้การช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนการส่งต่อ
"หากเจ็บป่วยฉุกเฉินโทร. 1669"
นอกจากสายด่วนฉุกเฉินแล้ว ชุมชนยังสามารถประสานงานกับ อสม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในท้องที่เพื่อขอความช่วยเหลือและรับการประเมินได้ทันที
คำแนะนำสำหรับประชาชน
เพื่อป้องกันผลกระทบด้านสุขภาพในช่วงน้ำท่วม สสจ.แนะนำให้ประชาชนปฏิบัติดังนี้
- ตรวจสอบและเตรียมยาประจำตัวให้พร้อมในถุงกันน้ำ
- ทำสำเนาบัตรประจำตัวและข้อมูลโรคประจำตัวไว้ในที่ปลอดภัย
- ผู้ที่ต้องฟอกไตหรือได้รับการรักษาต่อเนื่องควรแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเพื่อจัดระบบการรักษา
- สังเกตสภาพผู้สูงอายุ ผู้พิการ และหญิงตั้งครรภ์ หากมีอาการผิดปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
| หัวข้อ | จำนวน/สถานะ |
|---|---|
| ผู้ได้รับผลกระทบรวม | 1,792 คน |
| ผู้อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม | 1,044 คน |
| ผู้อยู่ในศูนย์พักพิง | 748 คน |
| ส่งต่อโรงพยาบาล | 16 คน |
การดำเนินการของสาธารณสุขจังหวัดสะท้อนการเตรียมความพร้อมเชิงระบบเพื่อรักษาความต่อเนื่องของบริการสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน แม้ยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านลอจิสติกส์และการเข้าถึงพื้นที่ แต่การบูรณาการระหว่างหน่วยงานและการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นปัจจัยสำคัญที่ลดผลกระทบต่อผู้เปราะบางได้อย่างมีนัยสำคัญ
ผู้อ่านที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือพบผู้ป่วยฉุกเฉินสามารถติดต่อสายด่วนฉุกเฉิน 1669 หรือติดต่อหน่วยสาธารณสุขท้องถิ่นเพื่อรับการช่วยเหลือ