เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ.2569 จังหวัดกาญจนบุรีเป็นเจ้าภาพการประชุมติดตามผลการดำเนินงานภายใต้มูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการมูลนิธิ เป็นประธานการประชุม ร่วมด้วยผู้แทนสำนักราชวัง และผู้บริหารระดับสูงของจังหวัดกาญจนบุรี
การประชุมเน้นติดตามงานพัฒนาชุมชนในพื้นที่คุ้มครอง
ที่ประชุมได้รับรายงานความคืบหน้าของโครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งครอบคลุมหลายมิติทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน โดยมีการยกประเด็นปัญหาและอุปสรรคที่ต้องเร่งดำเนินการ ประกอบด้วยด้านคมนาคม เส้นทางความมั่นคงและเส้นทางจราจร ด้านสาธารณูปโภค เช่น ระบบไฟฟ้าโซล่าเซลล์และระบบน้ำ ตลอดจนการจัดการที่ดินและส่งเสริมอาชีพให้แก่ชุมชนท้องถิ่น
ผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานราชการต่าง ๆ ของจังหวัด รวมถึงตัวแทนกระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมรับฟังการรายงานผลและหารือแผนการแก้ไขปัญหา เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างบูรณาการและสอดคล้องกับข้อสั่งการที่ได้รับ
ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเตรียมการรับเสด็จ
หลังการประชุม องคมนตรีและคณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา อำเภอสังขละบุรี เพื่อดูความพร้อมในการต้อนรับพระราชพิธีและการเสด็จเยี่ยมเยียน โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้มีทั้งการตรวจความเรียบร้อยของสถานที่และการประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อเตรียมการด้านความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่ชุมชน
ประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ
- คมนาคม — ปรับปรุงเส้นทางหลักและเส้นทางความมั่นคงให้เชื่อมโยงและใช้งานได้ตลอดปี
- สาธารณูปโภค — ติดตั้งหรือปรับปรุงระบบไฟฟ้าโซล่าเซลล์และระบบน้ำให้ครอบคลุมชุมชนในพื้นที่ห่างไกล
- การพัฒนาที่ดินและอาชีพ — ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืนและเพิ่มช่องทางสร้างรายได้แก่ครัวเรือน
| ด้าน | หัวข้อที่ติดตาม |
|---|---|
| คมนาคม | เส้นทางจราจรและเส้นทางความมั่นคง |
| สาธารณูปโภค | ระบบไฟฟ้าโซล่าเซลล์และระบบน้ำ |
| ชุมชน | การพัฒนาที่ดินและอาชีพ |
มิติการพัฒนาท้องถิ่นและผลกระทบต่อชุมชน
การนำโครงการลงสู่พื้นที่คุ้มครองสัตว์ป่าและชุมชนรอบพื้นที่มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรท้องถิ่น ซึ่งการพัฒนาสาธารณูปโภคและการเปิดโอกาสด้านอาชีพสามารถลดความเสี่ยงจากความขัดแย้งกับทรัพยากรธรรมชาติ หากการดำเนินงานได้รับการประสานอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น พร้อมกับรักษาผืนป่าและระบบนิเวศน์ในระยะยาว
การประสานงานข้ามหน่วยงานเป็นกุญแจสำคัญ
การประชุมครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าการทำงานระหว่างหน่วยงานท้องถิ่น กรมราชวัง และมูลนิธิ ยังต้องมีการติดตามอย่างสม่ำเสมอ เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ที่ซับซ้อน ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและมิติทางสังคม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องกำหนดแผนงานและกรอบเวลาให้ชัดเจน เพื่อให้การลงทุนและการดำเนินโครงการเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
ทีมข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี รายงานจากจังหวัดกาญจนบุรี