กาญจนบุรี — การปฏิบัติภายใต้แผน ยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด ของหน่วยงานความมั่นคงประจำจังหวัด นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาและยึดของกลางยาบ้าจำนวนมากเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นการสกัดกั้นขบวนการที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการลำเลียงยาเป็นการใช้ รถจักรยานยนต์ ในลักษณะ "กองทัพมด" เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้น
จับกุมและของกลาง
ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี มีการแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา ได้แก่ นายประยงค์ หรือ "โย" อายุ 46 ปี ชาวบ้านตำบลหนองไผ่ อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 543/2569 เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางดังต่อไปนี้
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| ยาบ้า (เม็ด) | 37,012 |
| รถจักรยานยนต์ (ยี่ห้อ/รุ่น) | พีซีเอ็กซ์ ทะเบียน 1 กส 3458 ราชบุรี |
| โทรศัพท์มือถือ | 2 เครื่อง |
| กระสุนปืน | 6 นัด |
จากการแถลง เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าการจับกุมเริ่มจากปฏิบัติการล่อซื้อ ก่อนแสดงตัวเข้าจับกุมได้พร้อมของกลางเบื้องต้นจำนวน 11 มัด หรือประมาณ 22,000 เม็ด จากนั้นทำการตรวจค้นที่พักเช่าพื้นที่อำเภอท่ามะกา พบยาบ้าเพิ่มอีก 7 มัด 5 ถุง รวมทั้งสิ้น 15,000 เม็ด และพบยาบ้าอีกจำนวนเล็กน้อยที่เก็บไว้เพื่อเสพ รวมเป็นของกลางทั้งสิ้น 37,012 เม็ด
การปรับตัวของขบวนการค้ายา
จากข้อมูลที่นำเสนอในการแถลงข่าว ระบุว่าเมื่อหน่วยงานความมั่นคงกดดันการลำเลียงยาเสพติดโดยรถยนต์ขนาดใหญ่ ขบวนการปรับเปลี่ยนรูปแบบมาใช้รถจักรยานยนต์ลำเลียงทีละเล็กละน้อย แต่เคลื่อนย้ายบ่อยครั้งเพื่อกระจายความเสี่ยง ซึ่งสามารถนำยาได้ครั้งละประมาณ 3,000–5,000 เม็ด ต่อชุด ทำให้การสืบสวนและตรวจค้นต้องปรับยุทธวิธีเพื่อติดตามเครือข่ายดังกล่าว
การบูรณาการของหน่วยงาน
การจับกุมครั้งนี้เป็นผลงานของความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงานในจังหวัดกาญจนบุรี ภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 7 โดยมีหน่วยงานที่เข้าร่วมดังนี้
- ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี
- กองกำลังสุรสีห์
- กองพลทหารราบที่ 9
- กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด
- กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4
เจ้าหน้าที่ระบุว่าการปฏิบัติการลักษณะนี้ยังดำเนินต่อเนื่องภายในกรอบของยุทธการ 90 วัน ซึ่งมีกรอบเวลาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน พ.ศ. 2569 เพื่อกดดันเครือข่ายค้าและลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่จังหวัด
แง่มุมทางกฎหมายและผลกระทบ
ผู้ถูกจับถูกแจ้งข้อหาตามหมายจับรวมถึงข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดร้ายแรง ประเภทที่ 1 (ยาบ้า/เมทแอมเฟตามีน) โดยมีเจตนาจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษสูงตามกฎหมาย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังยึดหลักฐานที่เชื่อมโยงการกระทำผิด เช่น ยานพาหนะ โทรศัพท์ และกระสุนปืนเพื่อประกอบสำนวนคดี
สิ่งที่ประชาชนควรทราบ
เหตุการณ์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงวิธีการของเครือข่ายค้ายาและการเพิ่มความซับซ้อนในการลำเลียง เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าความร่วมมือจากประชาชนมีความสำคัญต่อการสกัดกั้นการกระทำผิด หากพบเบาะแสหรือกิจกรรมต้องสงสัยเกี่ยวกับยาเสพติด ควรแจ้งหน่วยงานความมั่นคงพื้นที่ทันทีเพื่อให้มีการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย
การดำเนินงานเชิงรุกของหน่วยงานทั้งในด้านการลาดตระเวน การล่อซื้อ และการบูรณาการกำลัง จะยังคงเป็นกลไกหลักในการสกัดกั้นเครือข่ายที่หันมาใช้วิธีการลักลอบแบบกระจายเพื่อเลี่ยงการตรวจจับ