วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2569 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ส่งคณะผู้บริหารลงตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี หลังมีภาพและข่าวเผยแพร่เกี่ยวกับรั้วลวดหนามบริเวณโดยรอบศูนย์ และอุปกรณ์ลักษณะคล้ายกรงเหล็กติดกับเตียงของผู้รับบริการบางราย ซึ่งสร้างความกังวลในสังคมต่อสวัสดิภาพและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ
การตรวจสอบและบทบาทหน่วยงาน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. มอบหมายให้ ชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรี นำคณะผู้บริหาร พม. ร่วมกับศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) จังหวัดกาญจนบุรี กรมกิจการผู้สูงอายุ และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินสวัสดิภาพของผู้รับบริการเป็นรายบุคคล พร้อมประสานหน่วยงานสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นสถานประกอบการในระบบเอกชนที่มีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ โดยปรากฏวันที่ได้รับอนุญาตคือ 28 ตุลาคม พ.ศ.2564 อย่างไรก็ดี ทาง พม. ย้ำว่า การมีใบอนุญาตไม่เท่ากับการปล่อยให้สถานประกอบการละทิ้งมาตรฐานการดูแล ซึ่งยังต้องมีการติดตามและกำกับอย่างต่อเนื่อง
"ตนรู้สึกสะเทือนใจและมีความกังวลอย่างยิ่งต่อภาพและข้อมูลที่ปรากฏตามสื่อ"
คำกล่าวของรัฐมนตรีสะท้อนความกังวลต่อสภาพการดูแลผู้สูงอายุที่อาจขาดความเหมาะสม ทั้งในด้านความปลอดภัย สวัสดิภาพ และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของงานบริการด้านผู้สูงอายุ
มาตรการเร่งด่วนและการทบทวนเชิงนโยบาย
กระทรวง พม. ระบุว่าจะนำผลการตรวจสอบศูนย์ดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) เพื่อพิจารณาทบทวนระบบการกำกับดูแล สอดคล้องกับความต้องการให้ผู้สูงอายุและครอบครัวมั่นใจว่าทั้งสถานบริการภาครัฐและเอกชนต้องรักษามาตรฐานการดูแลอย่างเคร่งครัด
ในระยะสั้น พม. ได้เน้นการประเมินบุคคลเป็นรายรายเพื่อให้แน่ใจว่าผู้รับบริการได้รับการดูแลที่เหมาะสมและปลอดภัย ขณะเดียวกันจะร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพทบทวนมาตรการอนุญาตและการตรวจติดตามสถานประกอบการด้านสุขภาพที่ให้บริการผู้สูงอายุ
- ตรวจสอบความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในศูนย์ดูแล
- ประเมินสวัสดิภาพผู้รับบริการเป็นรายบุคคล
- นำประเด็นสู่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติเพื่อทบทวนระบบกำกับ
การกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง
หน่วยงานที่มีบทบาทและความรับผิดชอบเกี่ยวกับสถานการณ์ครั้งนี้มีทั้งหน่วยงานกลางและจังหวัด ซึ่งจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้การแก้ไขเป็นระบบและยั่งยืน
| หน่วยงาน | บทบาท |
|---|---|
| กระทรวง พม. | ตรวจสอบสวัสดิภาพผู้สูงอายุและกำกับนโยบายสังคม |
| กรมกิจการผู้สูงอายุ | คุ้มครองสิทธิและสวัสดิการผู้สูงอายุ |
| กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) | กำกับมาตรฐานและการอนุญาตสถานประกอบการด้านสุขภาพ |
| ศรส. จังหวัดกาญจนบุรี | ร่วมตรวจสอบและประเมินสภาพในพื้นที่ |
ผู้เชี่ยวชาญและนักสิทธิผู้สูงอายุมองว่ากรณีเช่นนี้ไม่ควรเป็นเพียงเรื่องของสถานประกอบการรายใดรายหนึ่ง แต่ต้องเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับการกำกับดูแลทั้งระบบ เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิและการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามหลักการดูแลผู้สูงอายุ
เสียงสะท้อนจากภาคประชาชนและเครือข่ายผู้สูงอายุจะมีความสำคัญในการผลักดันมาตรการเชิงโครงสร้าง เช่น การเพิ่มความถี่การตรวจติดตาม การกำหนดเกณฑ์ด้านสภาพแวดล้อมและการดูแลรักษาที่ชัดเจน และการเปิดเผยข้อมูลสถานประกอบการให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้
สำหรับกรณีนี้ พม. ยืนยันว่าจะมีการติดตามผลการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และจะประกาศมาตรการที่เหมาะสมหากพบการละเมิดหรือข้อบกพร่องที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้สูงอายุ ทั้งนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จะต้องร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วและเพื่อคืนความเชื่อมั่นให้แก่ผู้สูงอายุและครอบครัว