สาธารณสุขจังหวัดระดมกำลัง ชูบทบาท อสม. เป็นแนวหน้า
29 กันยายน พ.ศ.2569 พระนครศรีอยุธยาเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายพื้นที่ กระทรวงสาธารณสุขได้ส่งคณะระดับสูงลงพื้นที่ติดตามและให้ความช่วยเหลือ โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมผู้บริหารระดับบนของกระทรวง เดินทางมาตรวจเยี่ยมการให้บริการสาธารณสุขแก่ผู้ประสบภัยในอำเภอผักไห่และอำเภอเสนา
การลงพื้นที่ประกอบด้วยการมอบถุงยังชีพและยารักษาโรค พร้อมจัดตั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อรับมือปัญหาสาธารณสุขจากน้ำท่วม โดยเฉพาะโรคที่มากับน้ำ เช่น โรคผิวหนังและโรคจากเชื้อราหรือแบคทีเรียที่มักพบในสภาพน้ำท่วมขัง รวมถึงการเฝ้าระวังโรคฉี่หนู ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้ที่ต้องสัมผัสน้ำท่วมเป็นเวลานาน
- เป้าหมายการช่วยเหลือ คือการดูแลกลุ่มเปราะบางโดยเชิงรุก ทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง
- หน่วยงานร่วม ประกอบด้วยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)
- บริการสำคัญ ได้แก่ การแจกยาพื้นฐาน การตรวจรักษาเบื้องต้น และการให้คำแนะนำด้านสุขอนามัยเพื่อลดความเสี่ยงโรคระบาด
สถานการณ์และตัวเลขในพื้นที่ที่ตรวจเยี่ยม
จากข้อมูลการลงพื้นที่ของคณะ ระบุว่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นพื้นที่ลุ่มในลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยภาพรวมมีผลกระทบครอบคลุมหลายอำเภอและประชาชนจำนวนมาก ขณะเดียวกันมีรายงานผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย 1 ราย
| อำเภอ | ครัวเรือน/หมู่บ้านที่ได้รับผล | ประชาชน/กลุ่มเปราะบางที่ต้องดูแล |
|---|---|---|
| ผักไห่ (ต.ท่าดินแดง) | 8 หมู่บ้าน, 424 ครัวเรือน | กลุ่มเปราะบาง 665 ราย |
| เสนา | 14 ตำบล, 107 หมู่บ้าน, 4 ชุมชน ประมาณ 6,500 ครัวเรือน | ประมาณ 22,000 ราย (มีตำบลที่หนักคือ ต.หัวเวียง 1,484 ราย) |
ในภาพรวมจังหวัดถูกประเมินว่าได้รับผลกระทบในระดับกว้าง ครอบคลุม 13 อำเภอ และมีจำนวนครัวเรือนที่ประสบปัญหาราว 20,000 หลังคาเรือน โดยผู้ได้รับผลกระทบรวมแล้วประมาณ 50,000 คน
"ประชาชนกลุ่มเปราะบางมีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลให้เข้าถึงบริการสุขภาพ"
ข้อความข้างต้นเป็นแนวทางสำคัญที่กระทรวงใช้เป็นหลักในการวางระบบช่วยเหลือ โดยมอบหมายให้ อสม. เป็นกำลังหลักในการออกไปเยี่ยมให้บริการและเฝ้าระวังเชิงรุก ซึ่งจะช่วยให้การติดตามอาการผู้ป่วยและการส่งต่อเข้ารับการรักษาทันท่วงทีมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผลกระทบต่อการบริการสาธารณสุขและความต่อเนื่อง
การระดมกำลังครั้งนี้ไม่ได้จำกัดที่การแจกถุงยังชีพและยาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการจัดระบบบริการให้ต่อเนื่อง เช่น การจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อเข้าไปในพื้นที่ที่การเดินทางยากลำบาก การเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และการประสานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อจัดหาจุดแจกจ่ายวัสดุป้องกันสุขภาพและการให้คำแนะนำด้านสุขอนามัยแก่ประชาชน
สำหรับประชาชนในพื้นที่ พระนครศรีอยุธยา การทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุข จังหวัด สาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลในพื้นที่ และอาสาสมัครท้องถิ่นจะเป็นหัวใจสำคัญในการบรรเทาทุกข์ ลดผลกระทบด้านโรคระบาด และฟื้นฟูสุขภาพชุมชนหลังเหตุอุทกภัย
ผู้เกี่ยวข้องเน้นย้ำว่าจะให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องและติดตามสถานการณ์เพื่อปรับแนวทางการดูแลตามความจำเป็นของพื้นที่ต่อไป