จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้าสู่ระยะเตรียมรับมือน้ำหลาก หลังเขื่อนเจ้าพระยายังเพิ่มการระบายน้ำลงพื้นที่ท้ายเขื่อนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และลำน้ำสาขาหลายสายปรับตัวสูงขึ้นจนเริ่มมีน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ริมแม่น้ำและบริเวณนอกแนวคันกั้นน้ำ
มาตรการเร่งด่วนของหน่วยงานท้องถิ่น
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งติดตั้งแนวป้องกันน้ำบริเวณโบราณสถานสำคัญที่ตั้งอยู่ริมน้ำ เพื่อรักษาทรัพย์สินทางวัฒนธรรมและลดความเสี่ยงของความเสียหายต่อโบราณสถานระดับโลก โดยมีการประสานระหว่างสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด กรมศิลปากร กองทัพทหาร และฝ่ายปกครองท้องถิ่น
- ที่วัดกษัตราธิราชวรวิหาร เจ้าหน้าที่ร่วมกับพระสงฆ์และกองทัพ ติดตั้งแนวบังเกอร์น็อกดาวน์ภายในวัดยาวประมาณ 120 เมตร สูง 1.90 เมตร และทดสอบเครื่องสูบน้ำ 2 เครื่อง
- ที่วัดไชยวัฒนาราม กรมศิลปากรติดตั้งแนวบังเกอร์สำเร็จรูป สูง 1.90 เมตร ตลอดแนวริมแม่น้ำยาว 165 เมตร รวม 138 แผ่น เสริมด้วยผ้าใบและกระสอบทราย พร้อมเครื่องสูบน้ำอัตโนมัติ
- เจ้าหน้าที่สั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนเฝ้าระวังพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำที่เริ่มมีประชาชนได้รับผลกระทบ
สถานะโบราณสถานและผลกระทบต่อชุมชน
ระดับน้ำบริเวณโบราณสถานทั้งสองแห่งยังคงเพิ่มขึ้นจนเหลือระยะห่างจากตลิ่งชั้นนอกประมาณ 30 เซนติเมตร เท่ากัน แต่ขณะเดียวกันการสัญจรเข้าออกพื้นที่หลักยังไม่ถูกตัดขาด นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าชมได้ตามปกติ ซึ่งเป็นปัจจัยบ่งชี้ถึงความเปราะบางของพื้นที่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้น
"การระบายน้ำที่เพิ่มขึ้นของเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้ประชาชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำเริ่มได้รับผลกระทบ"
คำกล่าวของนายอำเภอพระนครศรีอยุธยา ชี้ให้เห็นว่าพื้นที่เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา และตำบลบางแห่ง เช่น ตำบลบ้านใหม่ ตำบลคลองตะเคียน และตำบลภูเขาทอง เริ่มมีรายงานความเดือดร้อนของประชาชนแล้ว ประมาณ 50 ครัวเรือน ได้รับผลกระทบบางส่วนจากน้ำที่ล้นเข้าพื้นที่นอกแนวคันกั้น
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ความสูงแนวบังเกอร์ | 1.90 เมตร (ทั้งสองแห่ง) |
| ความยาวแนว | วัดกษัตราธิราช 120 เมตร / วัดไชยวัฒนาราม 165 เมตร |
| วัสดุ/อุปกรณ์เสริม | แผ่นแนวบังเกอร์สำเร็จรูป 138 แผ่น, ผ้าใบ, กระสอบทราย, เครื่องสูบน้ำระบบอัตโนมัติ |
| ผู้ประสานงานภาคส่วนหลัก | กรมศิลปากร, สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด, ทหาร, อำเภอ |
ความหมายเชิงพื้นที่และบริบทประวัติศาสตร์
พระนครศรีอยุธยาในฐานะเมืองมรดกทางวัฒนธรรมและศูนย์กลางประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา ย่อมได้รับผลกระทบจากน้ำได้เร็วกว่าพื้นที่ทั่วไป เพราะโบราณสถานส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและผ่อนปรนต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำเพียงเล็กน้อย การที่หน่วยงานเปิดปฏิบัติการเชิงป้องกันโดยเร่งติดตั้งแนวกันน้ำเป็นการพยุงเอกลักษณ์ของเมืองไว้ ทั้งยังเป็นการลดความเสี่ยงต่อชุมชนริมแม่น้ำที่อาศัยทั้งรายได้จากการท่องเที่ยวและการประมงพื้นบ้าน
ในระยะต่อไป ประสิทธิผลของมาตรการจะขึ้นกับการควบคุมการระบายน้ำจากต้นน้ำและการเฝ้าระวังจุดรั่วซึมของแนวป้องกัน หากระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นและเครื่องสูบน้ำไม่อาจชักน้ำออกได้อย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยงทั้งต่อโบราณสถานและชุมชนยังคงมีอยู่ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งให้ประชาชนติดตามประกาศและเตรียมพร้อมอพยพเมื่อมีการสั่งการ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พระสงฆ์และสามเณรกว่า 30 รูป มีส่วนร่วมในการติดตั้งแนวป้องกันที่วัดกษัตราธิราช ทำให้เห็นถึงการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนท้องถิ่นในการปกป้องมรดกและบ้านเรือนของตนเองในยามภัย