เจ้าหน้าที่สั่งเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ภาคกลาง 10 จังหวัด รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ให้จัดกำลังติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยเน้นการตรวจสอบพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นกรณีพิเศษ
สาเหตุของการเพิ่มระดับน้ำ
ข้อมูลจากการประเมินสถานการณ์ระบุว่า ปริมาณน้ำบริเวณตอนเหนือของลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะเพิ่มขึ้นในช่วง 1–9 วันข้างหน้า ส่งผลให้ต้องปรับการบริหารจัดการน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาเพื่อรองรับปริมาณน้ำที่ไหลลงมา การรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งจะช่วยลดส่วนหนึ่ง แต่ยังคงจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนในปริมาณที่สูงขึ้น
พื้นที่เสี่ยงในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
การคาดการณ์ส่งสัญญาณว่าพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะได้รับผลกระทบโดยตรง โดยอำเภอที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่ อำเภอเสนา, อำเภอผักไห่, อำเภอบางบาล, อำเภอพระนครศรีอยุธยา, อำเภอบางปะอิน และ อำเภอบางไทร ซึ่งชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยควรเตรียมย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
ตัวเลขสำคัญที่ควรรู้
| รายการ | ค่าประมาณ |
|---|---|
| ปริมาณน้ำที่คาดว่าจะไหลผ่านสถานี C.2 (จ.นครสวรรค์) | 1,100–1,250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที |
| ปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขา | 50–100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที |
| ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนรวม | 1,150–1,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที |
| อัตราการรับน้ำเข้าระบบชลประทาน (ทั้งสองฝั่ง) | 400–450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที |
| อัตราการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนที่คาดว่าจะดำเนินการ | 700–1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที |
| การเพิ่มระดับน้ำบริเวณท้ายเขื่อน/พื้นที่ลุ่มต่ำ | 0.60–1.50 เมตร |
การเตรียมความพร้อมของหน่วยงานและชุมชน
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางได้แจ้งให้หน่วยงานท้องถิ่นประสานกับฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร และฝ่ายชลประทานตรวจสภาพคันกั้นน้ำ รวมทั้งจัดเตรียมเครื่องจักรกลสำหรับงานกู้ภัยและทีมเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง หากสถานการณ์มีแนวโน้มทวีความรุนแรง จึงจะต้องมีการส่งกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน
- หน่วยงานท้องถิ่น: ตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำและจุดอ่อนของระบบป้องกันตลิ่ง
- ภาคเอกชนที่ดำเนินกิจการริมแม่น้ำ: เตรียมมาตรการป้องกันความเสียหายของทรัพย์สิน
- ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง: เตรียมยกของขึ้นที่สูง เก็บเอกสารสำคัญ และติดตามประกาศจากราชการ
ความหมายต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจท้องถิ่น
พระนครศรีอยุธยาเป็นเมืองที่สายน้ำเป็นหัวใจของชุมชนมาช้านาน แม่น้ำเจ้าพระยาและระบบชลประทานหล่อเลี้ยงทั้งการเกษตรและการเดินเรือ การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำที่รวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่นอกคันกั้น อาจกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร ความปลอดภัยของบ้านเรือน และการสัญจรทางน้ำ ซึ่งจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการทั้งเชิงเทคนิคและเชิงสังคมควบคู่กันไป
ข้อเสนอแนะสำหรับประชาชน
ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง เตรียมถุงยังชีพ เอกสารสำคัญ และช่องทางการติดต่อฉุกเฉิน หากพบการรั่วไหลหรือรอยรั่วที่คันกั้นน้ำให้แจ้งหน่วยงานท้องถิ่นทันที หลีกเลี่ยงการเข้าไปบริเวณสายธารและจุดที่น้ำเชี่ยว และเตรียมแผนการอพยพในระดับครอบครัว
แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นทั้งเส้นเลือดและประวัติศาสตร์ของดินแดนแห่งนี้ การเฝ้าระวังและร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานกับชุมชนจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะลดความเสี่ยงและปกป้องทรัพย์สินของประชาชนในช่วงที่น้ำหนุนสูง