สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยากลับมาวิกฤตอีกครั้ง เมื่อกรมชลประทานปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนและน้ำท่าจากตอนบน ทำให้พื้นที่ลุ่มต่อนอกคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะชุมชนหมู่ที่ 2 ตำบลบ้านกระทุ่ม อำเภอเสนา ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำและเป็นจุดแรก ๆ ที่ถูกน้ำท่วม
ปริมาณน้ำเพิ่มอย่างรวดเร็ว กระทบการใช้ชีวิตประจำวัน
จากการแจ้งของหน่วยงานชลประทาน อัตราการระบายจากท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มจากเดิม 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้แม่น้ำน้อยมีปริมาณน้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายวัน ประกอบกับฝนที่ตกชุกในช่วงเย็น ทำให้ระดับน้ำขึ้นรวดเร็ว ชาวบ้านในพื้นที่ต้องขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง นำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ขึ้นจอดริมถนน และการสัญจรเข้าออกบ้านต้องใช้เรือพายเป็นหลัก
| รายการ | ค่าที่บันทึก |
|---|---|
| อัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อน (เดิม) | 1,300 ลูกบาศก์เมตร/วินาที |
| อัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อน (ปรับ) | 1,500 ลูกบาศก์เมตร/วินาที |
| ระดับน้ำท่วมในชุมชนหมู่ 2 ต.บ้านกระทุ่ม | ประมาณ 1 เมตร จากพื้นดิน |
| ระดับน้ำเมื่อวานก่อนหน้า | ประมาณ 30 เซนติเมตร |
จากการสำรวจโดยผู้สื่อข่าว พบว่ามีบ้านเรือนได้รับผลกระทบประมาณ 7-8 หลังคาเรือนในละแวกดังกล่าว โดยชาวบ้านรายหนึ่งซึ่งอาศัยในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า น้ำเริ่มสูงขึ้นเป็นลำดับมาแล้วหลายวัน แต่เพียง 2 คืนที่ผ่านมา ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนต้องใช้เรือสัญจร
“ตอนนี้ชาวบ้านตรงนี้ต้องใช้เรือกันหมดแล้ว ยิ่งเขาประกาศเพิ่มการระบายน้ำอีกก็ยิ่งกลัว ต้องค่อยๆ เก็บของยกขึ้นที่สูงไปเรื่อยๆ”
ประวัติศาสตร์น้ำท่วมซ้ำซาก ความไม่แน่นอนของฤดูน้ำ
ชุมชนริมแม่น้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีประวัติการเผชิญน้ำท่วมซ้ำซ้อนมานานหลายทศวรรษ แม้ปีนี้หลายครัวเรือนที่ออกแรงเกี่ยวข้าวเสร็จทันฤดู จนเกิดความหวังว่าน้ำจะมาไม่มาก แต่การเปลี่ยนแปลงของการระบายน้ำและฝนตกชุกกลับทำให้ความพยายามนั้นต้องพลิกกลับในเวลาอันสั้น ชาวบ้านต้องเตรียมสิ่งของและวัสดุกันน้ำ เช่น ไม้รองใต้บ้าน เตรียมเรือพาย และย้ายทรัพย์สินขึ้นสู่ที่สูงตามวิถีรับมือของพื้นที่ลุ่มต่ำ
- พื้นที่ได้รับผลกระทบ: ชุมชนหมู่ที่ 2 ต.บ้านกระทุ่ม อ.เสนา
- จำนวนบ้านที่ได้รับผลกระทบเบื้องต้น: ประมาณ 7-8 หลังคาเรือน
- การสัญจร: ต้องใช้เรือพายเท่านั้นในบางจุด
ความเสี่ยงด้านสุขภาพและความปลอดภัยยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตามอง เมื่อน้ำท่วมยืดเยื้อ อาจส่งผลต่อระบบน้ำประปา การเข้าถึงบริการสาธารณสุข และการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคไปยังชุมชนริมแม่น้ำ ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์การระบายน้ำจากต้นน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มและประกาศเตือนประชาชนอย่างทันท่วงที
สำหรับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ลุ่มต่ำของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา การเตรียมพร้อมรับน้ำทุกปียังคงเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ทั้งการเก็บของขึ้นที่สูง เตรียมเชือก เรือพาย และอุปกรณ์จำเป็น ภายใต้ความไม่แน่นอนของสภาพอากาศและการบริหารจัดการน้ำจากต้นน้ำ การเฝ้าระวังร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำชุมชน และประชาชนจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อบรรเทาความเสียหายและรักษาความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินในช่วงน้ำหลาก
ผู้สื่อข่าวจะติดตามรายงานสถานการณ์และการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป พร้อมรายงานข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ชาวพระนครศรีอยุธยาเมื่อมีความคืบหน้า