เมื่อวันที่จัดกิจกรรมในกรอบการแข่งขัน Miss Grand International 2026 เหล่าสาวงามจากทั้ง 80 ประเทศได้เดินทางมาสัมผัสพื้นที่ประวัติศาสตร์ของไทยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทาง City Tour นครปฐม–พระนครศรีอยุธยา ที่จัดขึ้นเพื่อนำเสนอศิลปวัฒนธรรม อาหารพื้นถิ่น และวิถีชีวิตชุมชนให้ผู้ชมทั่วโลกได้เห็นผ่านมุมมองของผู้มาเยือน
กิจกรรมที่อยุธยาและชุมชนท้องถิ่น
โปรแกรมวันต่อมาของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเริ่มต้นจากการลิ้มรสอาหารขึ้นชื่อของจังหวัด เมื่อผู้เข้าประกวดได้แวะที่ ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือห้อยขา อยุธยา เพื่อชิม “ก๋วยเตี๋ยวเรือ” ซึ่งเป็นหนึ่งในเมนูที่สะท้อนรสชาติและวัฒนธรรมอาหารริมแม่น้ำ โดยมีกลุ่มแดนซ์ร่วมสร้างสีสันและนำเสนอการต้อนรับในรูปแบบที่เป็นกันเอง
ในช่วงบ่าย ผู้เข้าประกวดได้ไปยัง All About Khon Learning Center เพื่อเรียนรู้ศิลปะการแสดงโขน ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่แสดงถึงความประณีตของศิลปะการแสดงไทย ทั้งในเรื่องการแต่งกาย เครื่องหน้ากาก และท่วงท่าที่เป็นเอกลักษณ์
การปิดท้ายทริปที่อยุธยาเป็นไปอย่างคึกคักที่ ร้านบ้านพ่อ บางปะอิน ซึ่งมีการต้อนรับด้วยคณะกลองยาวและการเสิร์ฟอาหารไทยหลากเมนู ให้ผู้มาเยือนได้ทดลองชิมและแลกเปลี่ยนประสบการณ์โดยตรงกับผู้จัดงานและคนท้องถิ่น
ภาพรวมทริป: ประวัติศาสตร์ อาหาร และการแสดง
City Tour ครั้งนี้มิใช่เพียงการนำผู้เข้าประกวดไปถ่ายภาพตามโบราณสถาน แต่ยังมุ่งให้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศได้สัมผัสกระบวนการทำอาหารพื้นถิ่น การฝึกศิลปะการแสดง และการร่วมกิจกรรมชุมชน เช่น การฟ้อนรำต้อนรับของชุมชนลาวครั่งในนครปฐม และการเรียนทำข้าวหลามซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งหมดนี้ช่วยเติมมิติให้กับการนำเสนอวัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่จับต้องได้
- จำนวนผู้เข้าร่วม: ผู้เข้าประกวด 80 คน จากหลายชาติ
- สถานที่สำคัญที่เยือน: ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือห้อยขา อยุธยา, All About Khon Learning Center, ร้านบ้านพ่อ บางปะอิน
- กิจกรรมเชิงวัฒนธรรม: การชิมอาหารท้องถิ่น การเรียนโขน และการแสดงพื้นบ้าน
| วัน/สถานที่ | ไฮไลต์ |
|---|---|
| นครปฐม | สักการะองค์พระปฐมเจดีย์, ฟ้อนรำชุมชนลาวครั่ง, การทำข้าวหลาม |
| พระนครศรีอยุธยา | ชิมก๋วยเตี๋ยวเรือ, เรียนโขน, ต้อนรับด้วยกลองยาว |
ความหมายเชิงภูมิทัศน์และการท่องเที่ยว
การที่เวทีประกวดความงามระดับนานาชาติเลือกนำผู้เข้าประกวดออกนอกเวทีและพาไปสัมผัสสถานที่จริงในจังหวัดโบราณอย่างอยุธยา ถือเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดให้ปรากฏในสื่อระหว่างประเทศ นอกเหนือจากการโปรโมตสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว กิจกรรมลักษณะนี้ยังเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นได้แสดงฝีมือและภูมิปัญญา ซึ่งสามารถแปรเป็นรายได้จากการท่องเที่ยวและการจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านได้ในระยะยาว
ในด้านวัฒนธรรม การให้ผู้มาเยือนได้ลองปฏิบัติจริง เช่น การเรียนโขนหรือการทำข้าวหลาม ช่วยให้ความรู้และความประทับใจถูกสื่อสารออกไปในรูปแบบที่ยั่งยืนกว่าการชมเพียงอย่างเดียว เมื่อผู้เข้าประกวดนำเรื่องราวเหล่านี้กลับไปเล่าให้ผู้ชมในประเทศตนเองฟัง ย่อมเกิดผลทาง Soft Power ที่เกื้อหนุนการท่องเที่ยวและความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม
บทบาทผู้จัดและความเป็นไปได้ต่อเนื่อง
นอกเหนือจากการแสดงบนเวที นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้เกี่ยวข้องในการจัดงาน ได้เลือกเส้นทางนี้เพื่อเชื่อมโยงการประกวดกับการเผยแพร่วัฒนธรรมไทย โดยกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดการใช้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นช่องทางหนึ่งในการสร้างภาพลักษณ์ประเทศ
สำหรับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นี่เป็นโอกาสในการเตือนให้สาธารณชนทั้งในและต่างประเทศเห็นคุณค่าของโบราณสถาน ศิลปกรรม และอาหารท้องถิ่น ที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์และส่งต่อมาแต่โบราณ
แม้การจัดกิจกรรมจะต้องเผชิญกับสภาพอากาศบ้าง แต่ภาพรวมของทริปทั้งที่นครปฐมและอยุธยาถูกบันทึกเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่า ขณะเดียวกันการเผยแพร่ผ่านสื่อของการประกวดก็จะช่วยให้เรื่องราวเหล่านี้เดินทางต่อไปทั่วโลก
ในฐานะเมืองมรดกและศูนย์กลางอารยธรรมเก่าแก่ของสยาม อยุธยายังคงเป็นเวทีสำคัญในการแสดงให้เห็นว่าอดีตและปัจจุบันสามารถประสานกันเพื่อสร้างมูลค่าให้กับการท่องเที่ยวและการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมได้อย่างไร