จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะด้วยการทดลองนำร่องรถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) ตามมติของคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะองค์การบริหารส่วนจังหวัด เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2569 โดยมุ่งเป้าสร้างบริการที่มีราคาเข้าถึงได้ และแก้ปัญหา "รถน้อยคอยนาน" ที่เป็นอุปสรรคสำคัญของผู้ใช้บริการในพื้นที่
เส้นทางนำร่องและรูปแบบการบริหาร
มติที่ประชุมเห็นชอบให้ทดลองดำเนินการใน 2 เส้นทางหลัก โดยที่ประชุมให้ความสำคัญกับเส้นทางสาย 3 เป็นหลักสำหรับการนำร่อง ซึ่งเป็นเส้นทางวงกลมเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟพระนครศรีอยุธยากับวัดไชยวัฒนาราม ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร อีกเส้นทางที่มีความเป็นไปได้คือสาย 1001 ระหว่างอยุธยา–วังน้อย ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร
รูปแบบการบริหารที่กำหนดคือ อบจ.พระนครศรีอยุธยาจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและกำกับมาตรฐานบริการ ส่วนการเดินรถและการบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีรวมทั้งแบตเตอรี่ จะใช้รูปแบบจ้างเอกชนเดินรถ เพื่อความคล่องตัวและความคุ้มค่าทางการลงทุน
มาตรฐานค่าโดยสารและระบบติดตาม
กรอบการกำหนดค่าโดยสารอ้างอิงการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบแนวทางให้ค่าโดยสารเป็น 15 บาทตลอดสาย เพื่อทำให้การใช้ขนส่งสาธารณะเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้สำหรับผู้ใช้บริการทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยว
นอกจากค่าบริการแล้ว ยังมีการกำหนดมาตรฐานการให้บริการด้านข้อมูลแก่ผู้โดยสาร โดยจะติดตั้งระบบ GPS ติดตามรถและแสดงเวลาการมาถึงแบบเรียลไทม์ ช่วยลดความไม่แน่นอนของการรอคอยและช่วยให้ผู้โดยสารสามารถวางแผนการเดินทางได้ดีขึ้น
- เส้นทางนำร่องสาย 3: สถานีรถไฟพระนครศรีอยุธยา – วัดไชยวัฒนาราม (วงกลม) ระยะทาง 18 กม.
- เส้นทางที่พิจารณาเพิ่มเติม: สาย 1001 อยุธยา – วังน้อย ระยะทาง 25 กม.
- ค่าโดยสาร: 15 บาทตลอดสาย (ตามกรอบการศึกษา สนข.)
- รูปแบบบริหาร: อบจ.ลงทุนโครงสร้าง เอกชนรับจ้างเดินรถและดูแลระบบเทคโนโลยี
ความหมายต่อพื้นที่และความท้าทาย
การนำ EV Bus มาทดลองในอยุธยาไม่เพียงแต่เป็นการเปลี่ยนพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลสู่ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการทดสอบรูปแบบการจัดบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงของคนในท้องถิ่น โดยเฉพาะบริเวณที่มีแหล่งท่องเที่ยว โรงพยาบาล สถานศึกษา และชุมชนเชื่อมต่อกันตลอดเส้นทาง
อย่างไรก็ดี โครงการเช่นนี้เผชิญความท้าทายสำคัญหลายด้าน ทั้งมาตรฐานความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานสำหรับชาร์จแบตเตอรี่ การลงทุนเบื้องต้นและค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษา รวมถึงความพร้อมของผู้ประกอบการเอกชนที่จะเข้าร่วมประมูลหรือรับสัมปทานเดินรถ ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่ารูปแบบรายได้และต้นทุนจะสมดุลในระยะยาวหรือไม่
กรอบเวลาและขั้นตอนต่อไป
ขั้นตอนถัดไปที่ที่ประชุมกำหนดคือการศึกษาความต้องการของประชาชนเพื่อออกแบบบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการเดินทางจริง และออกแบบเงื่อนไขการจ้างเอกชนเดินรถ โดยอบจ.จะทำหน้าที่กำกับมาตรฐานบริการ ส่วนรายละเอียดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จและระบบติดตามจะต้องสอดประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ตารางสรุปเส้นทางและข้อมูลสำคัญ
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| เส้นทางนำร่อง | สาย 3 วงกลม สถานีรถไฟพระนครศรีอยุธยา – วัดไชยวัฒนาราม |
| ระยะทาง | ประมาณ 18 กิโลเมตร (สาย 3) / 25 กิโลเมตร (สาย 1001) |
| ค่าโดยสาร | 15 บาทตลอดสาย (ตามกรอบ สนข.) |
| รูปแบบการบริหาร | อบจ.ลงทุนโครงสร้าง – จ้างเอกชนเดินรถ |
สำหรับประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โครงการ EV Bus นั้นหมายถึงโอกาสที่การเดินทางด้วยระบบสาธารณะอาจจะสะดวกและคาดหมายได้มากขึ้น แต่การจะทำให้แผนดังกล่าวเป็นจริง จำเป็นต้องอาศัยการประสานงานระหว่างหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ประกอบการเอกชน และการออกแบบระบบที่ใส่ใจทั้งมิติทางเทคนิคและมิติความเป็นอยู่ของชุมชน หากดำเนินการได้ตามแผน อยุธยาอาจมีต้นแบบการขนส่งสาธารณะที่ทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน