นครพนม — คดีฉ้อโกงที่อ้างว่ากระทำโดยนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในอำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม ถูกส่งเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลแล้ว หลังผู้เสียหายยื่นฟ้องอาญาต่อศาลจังหวัดสว่างแดนดิน โดยคดีนี้ปรากฏหลักฐานสำคัญเป็นภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดและภาพเงินสดจำนวนหนึ่ง
ข้อกล่าวหาและพยานหลักฐาน
จากเอกสารฟ้องคดีระบุว่า ผู้เสียหายซึ่งเพิ่งสำเร็จการศึกษาลงสมัครสอบเข้ารับราชการตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์ และได้รับการติดต่อผ่านตัวกลางซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ของ อบต. หนึ่งในจำเลย โดยมีข้อเสนอว่าสามารถช่วยให้บรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นได้ หากผู้เสียหายยินยอมมอบเงินค่าจัดการ
เหตุเกิดเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ขณะนั้นผู้เสียหายได้มอบเงินสดจำนวน 600,000 บาท ให้แก่จำเลยที่ 2 และภรรยา ณ บ้านพักจังหวัดสกลนคร ซึ่งเหตุการณ์การส่งมอบเงินถูกบันทึกไว้ในกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานชัดเจน แต่เมื่อประกาศผลสอบกลับไม่มีชื่อผู้เสียหายและการติดต่อเพื่อทวงคืนเงินถูกบ่ายเบี่ยงจนผู้กล่าวหาไม่สามารถติดต่อได้
การเปิดเผยของผู้ร้องและมุมมองด้านการเมืองท้องถิ่น
หนึ่งในผู้ที่เปิดเผยเรื่องนี้ต่อสาธารณะคือ นายขจรศักดิ์ เบ็ญชัย หรือที่รู้จักในชื่อเพจ "ทนายจอห์นเดลิเวอรี่" ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้เสียหายให้ยื่นฟ้องคดี โดยทนายความระบุว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายฉ้อโกงและอาจเป็นวิธีหาเงินไปใช้ในการเลือกตั้งท้องถิ่น
"หากหลอกได้ 10 คน จะได้เงินถึง 6 ล้านบาท หรือถ้าหลอก 20 คน ก็ได้สูงถึง 12 ล้านบาท นำเงินส่วนนี้ไปใช้หาเสียงยิงหัวละ 5,000 บาท ก็สามารถชนะเลือกตั้งได้สบาย"
ทนายยังตั้งข้อสังเกตว่ามีผู้ถูกหลอกไม่ต่ำกว่า 20 ราย แต่หลายคนไม่กล้าแจ้งความเนื่องจากเกรงอับอายต่อชุมชน
- จำนวนเงินที่ถูกกล่าวหาว่ารับ: 600,000 บาท
- สถานที่เกิดเหตุการส่งมอบเงิน: บ้านพักผู้เสียหายในจังหวัดสกลนคร
- ตำแหน่งผู้ถูกกล่าวหา: นายก อบต. แห่งหนึ่งในอำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม
การดำเนินคดีและความต้องการของผู้เสียหาย
ศาลจังหวัดสว่างแดนดินได้ประทับรับฟ้องคดีแล้ว และมีกำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 13.30 น. ผู้เสียหายแจ้งความประสงค์วัตถุประสงค์หลักคือขอให้คืนเงินจำนวน 600,000 บาท หากจำเลยยินยอมคืนเงินทั้งหมด ผู้เสียหายจะพิจารณาถอนฟ้องคดีส่วนตัว
ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นสาธารณะและการเลือกตั้งท้องถิ่น
คดีที่มีบุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่นถูกกล่าวหาว่าหลอกลวงเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการบรรจุ เป็นปัญหาที่กระทบต่อความไว้วางใจของประชาชนต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งในแง่ความโปร่งใส การตรวจสอบ และการใช้เงินเพื่อจุดประสงค์ทางการเมือง
ประเด็นที่น่าสังเกตคือหากข้อกล่าวหาถูกพิสูจน์ ผู้กระทำอาจถูกดำเนินคดีอาญาและส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของหน่วยงานท้องถิ่น ขณะเดียวกันก็ย่อมกระทบต่อภาพรวมการเลือกตั้งในระดับตำบลหากมีการใช้วิธีการชำระเงินซื้อเสียงตามที่มีการคาดการณ์
สิ่งที่ต้องติดตาม
เรื่องนี้ยังต้องติดตามการไต่สวนมูลฟ้องและพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่ศาลจะพิจารณา รวมทั้งการตอบรับจากผู้ถูกกล่าวหาว่าจะชี้แจงหรือคืนเงินแก่ผู้เสียหายหรือไม่ นอกจากนี้ หากมีผู้เสียหายเพิ่มเติมเข้ามาแจ้งความคดีอาจขยายวงและมีผลต่อการดำเนินคดีต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง
| ประเด็น | ข้อมูล |
|---|---|
| จำนวนเงินที่อ้างว่ารับ | 600,000 บาท |
| วันเกิดเหตุ | พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 |
| สถานที่ยื่นฟ้อง | ศาลจังหวัดสว่างแดนดิน |
| นัดไต่สวน | 26 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 13.30 น. |
คดีนี้เป็นบททดสอบสำคัญของการควบคุมและตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่น ซึ่งสังคมต้องการความชัดเจนทั้งในด้านข้อเท็จจริงและการบังคับใช้กฎหมายต่อไป