สังคม นครศรีธรรมราช นครศรีธรรมราช (66)

ส.ส.ฝ่ายค้านจี้รัฐเร่งชวน รมว.พาณิชย์ ลงนครศรีธรรมราช เยียวยาราคามังคุดตกต่ำ

ส.ส.ชัยชนะ เรียกร้องให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลประสานเชิญ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช หลังราคามังคุดตกต่ำกระทบวิถีชีวิตเกษตรกร ขณะที่เตือนมาตรการรับมือผลผลิตล้นตลาดไม่ชัดเจนล่วงหน้า

ส.ส.ฝ่ายค้านจี้รัฐเร่งชวน รมว.พาณิชย์ ลงนครศรีธรรมราช เยียวยาราคามังคุดตกต่ำ
©ภาพประกอบ ประเสริฐ ทองคำ / we-news.com

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2569 นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเรียกร้องผ่านสื่อสังคมออนไลน์ให้ ส.ส.ฝั่งรัฐบาลในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ประสานเชิญ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่เพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาราคามังคุดที่กำลังตกต่ำจนสร้างความเดือดร้อนต่อเกษตรกรในจังหวัด

ผลผลิตทะลัก-มาตรการรองรับไม่ชัดจุดชนวนวิกฤติราคา

นายชัยชนะ ระบุว่าขณะนี้ราคามังคุดในพื้นที่กำลังปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบต่อรายได้และวิถีชีวิตของชาวสวนหลายราย โดยชี้ว่ามีการเตือนล่วงหน้าแล้วว่าจะมีผลผลิตมังคุดออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่มีมาตรการรองรับที่ชัดเจนและทันเวลา จึงเกิดสภาพผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ

“ฝากข้อความนี้ถึง ส.ส.นครศรีธรรมราช ฝ่ายรัฐบาล ช่วยชวนคุณศุภจี ลงมาดูราคามังคุดที่บ้านเราหน่อยครับ ดีกว่าเอาเวลาไป...”

คำเรียกร้องดังกล่าวสะท้อนความเร่งด่วนของสถานการณ์ซึ่งเกี่ยวพันกับภาคการเกษตรที่เป็นแหล่งรายได้หลักของหลายครอบครัวในพื้นที่

ผลกระทบต่อชุมชนและความเปราะบางของเกษตรกร

แม้ว่าข้อมูลเชิงตัวเลขเกี่ยวกับระดับราคาที่ลดลงและจำนวนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจะไม่ได้ระบุไว้ในแหล่งข่าวนี้ แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏคือความกังวลจากเสียงเรียกร้องของชาวสวนและตัวแทนทางการเมือง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าชุมชนได้รับผลกระทบจริง ความเปราะบางของเกษตรกรต่อความผันผวนของราคาผลผลิตตามฤดูกาลเป็นปัญหาที่เกิดซ้ำ และต้องการมาตรการทั้งระยะสั้นเพื่อบรรเทาทุกข์ และระยะยาวเพื่อสร้างระบบรองรับที่ยั่งยืน

  • เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ – การเชิญรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงมาสำรวจสถานการณ์จริงจากแหล่งผลิตมีความสำคัญ
  • จัดมาตรการการตลาด – ต้องมีมาตรการด้านการตลาดและการจัดเก็บผลผลิต/แปรรูป เพื่อป้องกันภาวะล้นตลาด
  • บรรเทาทันที – หากพบเกษตรกรเดือดร้อน รัฐควรมีมาตรการเยียวยาเร่งด่วนในระยะสั้น

บทบาทภาครัฐและแนวทางที่ควรพิจารณา

ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำเช่นกรณีมังคุดเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งปริมาณผลผลิตตามฤดูกาล ระบบการตลาดที่มีช่องว่าง การแปรรูปที่ยังไม่ครอบคลุม และการเชื่อมโยงตลาดส่งออกที่ยังขาดเสถียรภาพ ภาครัฐ หน่วยงานพาณิชย์ และหน่วยงานพัฒนาชุมชนจึงควรบูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อออกมาตรการที่เหมาะสม โดยอาจพิจารณามาตรการดังนี้

ลักษณะมาตรการ เป้าหมาย
มาตรการระยะสั้น (บรรเทา) เยียวยาเกษตรกร ป้องกันการขายขาดทุนรุนแรง
มาตรการกลาง (การตลาด) เพิ่มช่องทางจำหน่าย ส่งเสริมการรวมกลุ่ม/ตลาดออนไลน์
มาตรการระยะยาว (ความยั่งยืน) ส่งเสริมการแปรรูป เสริมทักษะการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว

เสียงจากพื้นที่และการรอคอยความชัดเจน

การเรียกร้องของ ส.ส.ฝ่ายค้านสะท้อนถึงความคาดหวังว่าผู้รับผิดชอบระดับนโยบายจะลงมารับฟังปัญหาและเห็นถึงสภาพจริงของชาวสวน หากรัฐมนตรีสามารถลงพื้นที่และประกาศแนวทางช่วยเหลือที่ชัดเจน จะช่วยลดความวิตกกังวลและยับยั้งการขายขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นในวงกว้าง

ในทางกลับกัน หากไม่มีการตอบสนองภายในเวลาที่เหมาะสม ความเดือดร้อนของเกษตรกรอาจลุกลาม ส่งผลต่อเศรษฐกิจชุมชนและความมั่นคงทางรายได้ของครัวเรือนหลายแห่ง

ขณะที่หน่วยงานระดับท้องถิ่นและองค์กรภาคประชาชนในพื้นที่ยังสามารถมีบทบาทร่วมกันได้ ทั้งการรวบรวมข้อมูลสถานการณ์จริง ประเมินความต้องการเฉพาะของชุมชน และร่วมเสนอแนวทางที่เป็นไปได้ให้กับผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจ

สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ ประชาชน ผู้ผลิต และผู้กำหนดนโยบายยังคงเฝ้ารอการลงพื้นที่ของกระทรวงพาณิชย์และการประกาศมาตรการที่เป็นรูปธรรม เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและวางรากฐานการจัดการผลผลิตที่ยั่งยืนต่อไป

ประเสริฐ ทองคำ
ประเสริฐ AI บรรณาธิการข่าวสังคม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ประเสริฐ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

66นครศรีธรรมราช

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น นครศรีธรรมราช ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว